ราชพฤกษ์ 2549

ในที่สุดเดี้ยนก็ได้ไปงานราชพฤกษ์จนได้ ฮี่ๆๆๆ หลังจากทำงานวันสุดท้ายเสร็จในวันที่ 30 ตุลา ตอนสามทุ่มกว่าๆ ก็กลับบ้านเตรียมตัวไปเชียงใหม่ต่อ ขอบอกว่าของยังไม่ได้เก็บสักชิ้นเลย พอเก็บเสร็จกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนแล้วรู้ไม๊ออกเดินทางกี่โมง ออกเดินทางตอนตี 3 ฮ่า เดี้ยนอยากจะบ้าตาย เฮ้อ เอาฟะ ยังไงก็ยังไงแล้ว ไม่นอนดีกว่า เดี๋ยวไม่ตื่นโดนป๊าโวยอีก เพราะต้องไปรับป้าที่ฉะเชิงเทราอีก แต่อยู่ไปอยู่มาไม่ไหววุ้ย ง่วงมากเลยเผลอหลับไป แต่ก็ตื่นทันเพราะว่าน้าตั้งนาฬิกาปลุกไว้อีกอย่างเจ้าน้องตัวดีก็ไม่ยอมหลับยอมนอนด้วย เลยมีคนปลุกหลายคนเลยสบาย เริ่มออกเดินทางโดยไปรับป้าและคุณยายที่ฉะเชิงเทรา เดี้ยนก็หลับตลอดทางแหล่ะฮ่า ช่วงเที่ยงๆก็แวะไหว้พระแก้บนที่พิษณุโลกเลย แล้วก็เริ่มออกเดินทางต่อ มาถึงเชียงใหม่ก็ 2 ทุ่มกว่าได้แล้วหล่ะ พ่อคุณตัวดีที่อยู่ที่เชียงใหม่ก็รีบโทรมาเชียวบอกว่าจะมารับไปกินข้าวเลย เลยบอกไปว่าไม่ไหวหล่ะจ้าเหนื่อยมาก สภาพหน้าตาก็อุบาทว์ไว้วันอื่นแล้วกันนะ เสร็จก็อาบน้ำเข้านอน พอตื่นมาวันที่ 1 ก็รีบออกไปไหว้พระธาตุดอยสุเทพกันแต่เช้า แล้วก็ไปไหว้พระวัดพระสิงห์กันต่อ ช่วงบ่ายก็ไปกินข้าวซอยร้านเสมอใจ อร่อยดีนะ แต่ไม่รู้ว่าเพราะหิวรึป่าว เพราะปกติก็ไม่ค่อยชอบกินข้าวซอยเท่าไหร่อยู่แล้ว แต่ว่าเพราะเรามันไม่ใช่คนท้องถิ่นอ่ะเน้อ ร้านเลยหายากสักหน่อย ถนนก็เป็นวันเวย์ ถ้าหลงแล้วก็หลงเลย ต้องวนใหม่ เฮ้อ ช่วงเย็นพ่อคุณตัวดีก็มารับไปกินนมมนต์ พอเสร็จก็พาไปนั่งรถเล่นใน มช. แล้วก็รีบเอากลับมาส่งที่โรงแรมเลย สงสัยไม่ถูกเปค ฮี่ๆๆ แต่น แตน แต้น วันที่ 2 นี่เองแหล่ะที่ได้ไปงาน ราชพฤกษ์ โห เรารีบตื่นแต่เช้าเลย เพื่อที่จะได้ไปงานเร็วๆ อยากไปถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆฮี่ๆๆ แต่ว่าต้องจอดรถไว้ที่โรงแรมแล้วนั่งรถตู้ไปที่งานเพราะที่งานไม่ให้เอารถเข้าไป คนละ 40 บาท ถ้าเหมาก็รอบละ 300 บาท แต่ว่าพอดีมีคนจะไปงานด้วยอีก 4 คนเลยไม่ต้องเหมา พอไปถึงงานอยากจะเป็นลมให้ได้ แดดร้อนเปรี้ยงๆเลยหล่ะ ไม่อยากลงเดินเลย ดีนะที่เอา jacket ไปด้วย กะแล้วว่าแดดต้องร้อนมาก เลยใส่ jacket กะหมวกไปแต่ก็ร้อนอยู่ดี พอซื้อตั๋วเข้าไปในงานเรียบร้อยก็ต้องไปต่อคิวขึ้นรถรางเพราะลำพังไอ้ตัวเราคงไม่มีปัญญาเดินทั่วหรอก ร้อนก็ร้อน กว้างก็กว้าง ต่อคิวอยู่นาน ก็ได้ขึ้นรถเสียคนละ 40 หรือ 50 บาทเนี่ยแหล่ะ อีกรอบ พอขึ้นรถได้ก็ไม่อยากลงเลยหล่ะ เพราะว่า อย่างแรกนะ แดดร้อนมากไม่อยากโดนแดดหรอก เดี๋ยวผิวจะเสีย อย่างที่สองน่ะหรอ เหอะๆๆๆ เพราะว่า เพราะไอ้แดดร้อนเนี่ยแหล่ะคนเลยไม่ลงเดิน พอไม่ลงเดินรถก็เต็มไม่มีที่นั่ง ถ้าตัดสินใจลงเดินแล้วจะต้องทำใจเลยว่าอาจไม่มีรถให้นั่งกลับไปหน้างาน เพราะฉะนั้นเดินอย่างเดียวพะย่ะค่ะ แต่สุดท้ายพอเดี้ยนนั่งได้มาถึงช่วงสวนของฮอลแลนด์ก็อดรนทนไม่ไหวกระโดดลงจากรถมาถ่ายรูปกับทิวลิปอันแสนสวยแล้วก็เลยเดินถ่ายรูปเล่นแถวนั้นไปเลยมีสวนญี่ปุ่นที่น่ารักเอาไม่กวาดมาทำเป็นรั้วซึ่งก็น่ารักดีนะ ข้างในก็จัดเป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่นเย็นดี ต่อมาก็เข้าไปที่สวนของภูฐานของเขาก็น่ารักสะพานสวยดี แล้วก็เข้าไปสวนของหลายประเทศ พอเสร็จก็เดินมาที่หอคำ ระหว่างทางเจอ mascot งาน เลยรีบเข้าไปถ่ายรูปด้วย น่ารักอ่ะ อยากได้ตุ๊กตาเป็นที่ระลึกจัง ที่หอคำสวยนะ แล้วก็ค่อนข้างเย็น(ข้างที่ไม่มีแดดอ่ะ) แต่ไม่ได้ขึ้นไปถ่ายรูปหรอกให้ป้าไปคนเดียวเพราะว่าซื้อน้ำปั่นไว้กลัวไปทำเลอะเทอะ อ้อ ลืมบอกไปว่าคุณยายกะป๊าน่ะนั่งอยู่บนรถรางไม่ลงมา มีเดี้ยนกะป้าสองคนเท่านั้นอ่ะลงมาตะลุยกัน พอถ่ายรูปที่หอคำเสร็จก็ไปรอรถราง โห แบบว่านานมั่กๆๆ ไม่มีรถว่างเลยสักคันเดียวทุกคันแน่นเอี้ยดหมด ตอนแรกตัดสินใจเดินไปกัน เพราะว่ารอนานมากเสียเวลา แต่สุดท้าย ก็มีรถมาคันนึงที่ว่าง แต่..ดันเป็นรถคนพิการ แต่เอาฟะ ยังไงก็ต้องไปให้ได้ไม่เดินไปหรอก ร้อนจะตาย ก็ลองไปคุยกะคนขับรถดูว่าขอไปหน่อยได้ไม๊ รอนานมากแล้ว คนขับรถก็ใจดีให้ขึ้น ก็นั่งไปจนถึงโดมที่เป็นของดอกไม้เมืองหนาว ไรประมาณเนี้ยก็ลงไปถ่ายรูปกัน แล้วก็ไปรอรถรางต่อ ครั้งนี้ค่อยสบายหน่อยเพราะว่ามีรถเยอะแล้วก็มีที่นั่งบ้าง ขอย้ำว่าบ้างนะไม่ได้ว่างทั้งหมด จริงๆแล้วเขาควรปรับปรุงเรื่องนี้นะเดี้ยนว่า ก็ขึ้นรถรางต่อไปเพื่อลงตรงทางออก พอมาถึงตรงทางออกที่ป๊ากับคุณยายรออยู่ก็เจอเรือนกล้วยไม้ ของบอกว่าเป็นเรือนที่สวยมาก ดอกกล้วยไม้บ้าไรไม่รู้ใหญ่จะเท่าหน้าคนอยู่แล้ว รวมถึงรองเท้านารีพันธุ์ต่างๆ สวยอ่ะถ่ายรูปมาเต็มเลย พอดูเรือนกล้วยไม้เสร็จก็มาตรงต้นโพธิ์ที่เขาให้ซื้อใบโพธิ์แล้วเขียนข้อความถวายในหลวงน่ะ แล้วพอไปตีระฆังแล้วจะมีน้ำมนต์พรมออกมา น่ารักดีเน้อคิดได้ไง ก็ถ่ายรูปกับต้นโพธิ์เสร็จก็ไปหาคุณยายที่ International indoor เป็นสวนในร่มของตุรกี สวยมั่กๆๆมีทั้งกุหลาบสีม่วง สวยอ่ะ ชอบมากแล้วก็เยอบีร่าสีชมพูหวานๆๆ แบบว่าเห็นแล้วอยากเอามาจัดงานแต่งงานจัง ฮี่ๆๆ แล้วก็เดินต่อด้วยเท้าไปดูซุ้มอื่นๆที่เขาจัดสวนต่างๆโชว์ พอใกล้ทางออกก็มีของที่ระลึกขาย ราคาค่อนข้างสูงเลยหล่ะ ท่าทางจะเอาไว้ขายให้ฝรั่งอย่างเดียว ตอนแรกจะตัดใจซื้อตุ๊กตา mascot สักตัวเอาตัวเล็กๆ รู้ไม๊ตัวเท่าไหร่ ตัวละ 260 บาทหง่ะ ตัวนิดเดียวเองถ้าตัวใหญ่ขนาดอุ้มได้ก็ประมาณ 390 บาท จริงๆอยากได้เจ้าตัวที่เป็นมังคุดนะ แต่ว่าแพงเลยตัดใจไม่เอาดีกว่า แต่ว่ามาถึงตอนนี้อยากได้แล้วอ่ะ แงๆๆ ถ้าใครได้อ่านแล้วไปงานราชพฤกษ์ ซื้อมาฝากด้วยนะ ฮี่ๆๆๆๆ แล้วแต่จิตศรัทธา อยากได้จริงๆ พอเสร็จก็นั่งรถตู้กลับ แต่ขากลับนี่ไม่มีใครแชร์ด้วยเลยต้องเหมา 300 บาทกลับโรงแรม ก็สนุกดีนะ กลับมาเป็นไข้เลยอ่ะ พอตอนหัวค่ำป้าชวนลงไปถ่ายรูปแบบเจ้านางทางเหนือกัน ก็เออ..ท่าจะดีเลยไปถ่ายดู โห แต่งหน้าจัดมากขอบอก เห็นหน้าตัวเองแล้วกลัวเลย แต่ว่าเขาก็แต่หน้าทำผมสวยดีนะ ถ่ายเสร็จก็เข้านอน วันที่ 3 ก็กลับบ้านกว่าจะถึงบ้านก็ปาไปเที่ยงคืนครึ่งแล้วอ่ะ เหนื่อยมั่กๆๆแต่ก็คุ้มค่า…. ถ้ายังไงลองแวะเยี่ยมชมงานฝีมือถ่ายภาพของเดี้ยนได้นะฮะ แต่มันอาจจะไม่สวยอย่างมืออาชีพสักเท่าไหร่แต่ก็ตั้งใจถ่ายนะ…..
 
อาจจะเจอหน้าเธอ อาจจะได้คุยกัน         
แต่ละวันผ่านไปดูเหมือนเธอมีใจ            
แต่ไม่รู้ทำไม ว่าลึกๆ ข้างใน                
มันปวดร้าวและรู้สึกได้กับความเฉยชา    
              ++++++++                 
ที่เธอมีให้กัน ให้กับฉันมานาน              
สิ่งที่เหมือนจะหวานแต่กลายเป็นภาพลวง 
เธอไม่คิดจริงจัง เหมือนที่ฉันจริงใจ       
ยิ่งนานเท่าไหร่ในใจยิ่งรับรู้ความจริง     
              ++++++++                
ว่าฉันไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของเธอ         
เป็นอยู่เสมอก็แค่คนที่ไม่เคยมีตัวตน      
ในความฝันของเธอ แค่ผ่านมา และผ่านไป
              ++++++++                
ก็ได้แต่ช้ำเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉันหวังมานาน     
มันเป็นแค่จินตนาการของคนโง่งมงาย   
เจ็บแทบตาย…แต่ทั้งใจก็ยังรักเธอ        
              ++++++++                
ที่เธอมีให้กัน ให้กับฉันมานาน             
สิ่งที่เหมือนจะหวานแต่กลายเป็นภาพลวง
เธอไม่คิดจริงจัง เหมือนที่ฉันจริงใจ      
ยิ่งนานเท่าไหร่ในใจยิ่งรับรู้ความจริง     
ว่าฉันไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของเธอ        
เป็นอยู่เสมอก็แค่คนที่ไม่เคยมีตัวตน      
ในความฝันของเธอ แค่ผ่านมา และผ่านไป
              ++++++++                
ก็ได้แต่ช้ำเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉันหวังมานาน     
มันเป็นแค่จินตนาการของคนโง่งมงาย   
เจ็บแทบตาย…แต่ทั้งใจก็ยังรักเธอ       
              ++++++++                
ว่าฉันไม่เคยได้อยู่ในชีวิตของเธอ        
เป็นอยู่เสมอก็แค่คนที่ไม่เคยมีตัวตน     
ในความฝันของเธอ แค่ผ่านมา และผ่านไป
              ++++++++                
ก็ได้แต่ช้ำเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ฉันหวังมานาน     
มันเป็นแค่จินตานาการ ของคนโง่งมงาย 
เจ็บแทบตาย…แต่ทั้งใจก็ยังรักเธอ       
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s