14-16Sep07

ศุกร์เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา…ได้ไปบ้านคนดีของฉันมา มันเป็นอย่างนี้มาสองเดือนกว่าแล้ว ที่ฉันจะไปบ้านคนดีของฉันเพื่อไปหาพ่อแม่พร้อมกับน้องเขาที่บ้าน เพราะหลังๆมานี่ ตั้งแต่เกิดเรื่อง เขาก็ไม่ว่างมาหาฉันที่บ้านอีกเลย ฉันไม่รู้หรอกว่าที่เขาไม่มา เป็นเพราะเขาไม่ว่างจริงๆหรือไม่อยากมา แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไร ผลสุดท้าย..เขาก็ไม่มาอยู่ดี ฉันออกเดินทางจากที่ทำงานพร้อมเอ็ม น้องสาวของคนดีของฉัน โดยที่ปะป๊าเป็นคนขับรถไปส่ง เพราะเป็นห่วงลูกสาวสุดที่รักอย่างฉันไม่อยากให้เดินทางไกลเอง วันศุกร์เย็นกว่าจะได้ออกก็ทุ่มนึงแล้วเพราะว่า ฉันเลิกงานหนึ่งทุ่ม แล้วเอ็มก็มานั่งรอฉันที่ทำงาน เพื่อรอเวลา เราไปถึงทัพแก้วประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง โดยมีพ่อและคนดีของฉันมารอรับ ก่อนถึงคนดีของฉันโทรถามว่าถึงไหนแล้ว ทั้งๆทีเอ็มเพิ่งโทรบอกพ่อเขาว่าถึง Big C แล้วแต่คนดีของฉันก็ยังโทรหาฉัน(น่าดีใจใช่ไม๊) ฉันก็บอกว่าถึง Big C แล้ว เดี๊ยวก็ถึงแล้วหล่ะแล้วก็วางสายไป หลังๆมานี่เราไม่ค่อยได้คุยโทรศัพท์กันนานเท่าไหร่หรอก อย่างมากสุดในรอบ 2 เดือนก็คือ 1 ชั่วโมง ที่เหลือก็แค่ หนึ่งถึงสองนาทีเท่านั้น ช่างน่าเศร้าใจไม๊ พอไปถึง คนดีของฉันก็ลงมาไหว้ปะป๊าแล้วก็มาช่วยขนของทุกอย่างของฉันแล้วก้อของเอ็ม พอจะขึ้นรถพ่อก็บอกว่า"หนูนั่งหน้าเถอะลูก ช่วยพี่เขาดูทางด้วยนะ" ใจจริงแล้ววันแรกที่ฉันไปถึง ฉันไม่กล้ามองหน้าเขา ฉันรู้สึกแปลกๆหลังจากที่เมื่ออาทิตย์ก่อนเราทะเลาะกันแรงมาก แรงจนฉันตัดใจเลยหล่ะ จริงๆแล้วก็เจ็บอย่างนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่พอเจ็บมากๆเข้า มันกลายเป็นจิตใจฉันปรับสภาพเริ่มยอมรับกับความเจ็บปวดเหล่านี้ไปได้ สุดท้าย..ปฏิกริยาตอบรับกับเขาเลยกลายเป็นรู้สึกแหยงๆ ไม่กล้าเข้าใกล้หรือพูดอะไร ฉันนั่งนิ่งแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดทาง ฉันรู้ว่าคนดีของฉันพยายามหาเรื่องคุย ถามฉันว่าหนาวไม๊ ตรวจร่างกายเป็นไงบ้าง ผลเป็นยังไง โอเคไม๊ ฉันก็ได้แค่ตอบว่า ปกติดีค่ะไม่มีอะไรผิดปกติ แล้วก็เงียบ ระหว่างทางฉันได้ยินเสียงโทรศัพท์เขาสั่น แต่เขาไม่รับ แล้วเขาก็แวะซื้อบัตรเติมเงิน ตลอดทางฉันนึกในใจว่า คนนั้นต้องโทรมาหาเขาแน่เลย แต่ว่าเขาไม่กล้ารับเพราะฉันนั่งอยู่ด้วย รวมถึงพ่อและน้องสาวเขา ฉันได้แต่เจ็บ แต่ครั้งนี้ไม่มากมายเท่าไหร่แล้ว เพราะหัวใจฉันแข็งแรงมากขึ้นแล้วมั้ง พอถึงบ้าน เขาก็หายไป ฉันไม่แปลกใจเลย เพราะเขาต้องออกไปโทรศัพท์แน่ๆ เอ็มถามว่าคนดีของฉันไปไหน ฉันเลยบอกว่า ออกไปข้างนอกคงออกไปโทรศัพท์ เอ็มก็ได้แต่ปลอบว่า "อย่าคิดมากเลย เขาอาจออกไปทำธุระก็ได้" ใครจะไปคิดงั้นหล่ะในเมื่อนอกบ้านเขาไม่มีอะไรเลย นอกจากรถของเขา กับการหลบมุมไปเพื่อหาที่คุยโทรศัพท์กับใครสักคนที่ไม่อยากให้คนในบ้านรับรู้ ฉันได้แต่เงียบ เขาไม่แคร์ฉันขนาดนี้เลยหรอ ฉันได้แต่เก็บความน้อยใจไว้ ฉันกินข้าวไม่ลง ทั้งๆที่วันนี้ฉันกินข้าวแค่มื้อเดียวเอง เพราะตอนเช้าต้องอดอาหาร เพื่อไปเจาะเลือดตรวจร่างกาย กินมื้อกลางวันเท่านั้น แต่พอมาเจอเรื่องนี้ ฉันกินข้าวไม่ลงเลย… ฉันได้แต่นั่งดูเอ็มกินข้าว พ่อกะแม่ก็ถามว่าทำไมหนูไม่กินข้าวหล่ะลูก ก็ได้แต่ตอบไปว่าไม่หิวค่ะ แล้วจะให้ฉันตอบว่าอะไร จิตใจฉันว้าวุ่นไปหมด จริงๆแล้วฉันไม่อยากมาหรอก เพราะฉันไม่สบายใจแล้วก็รู้สึกอึดอัดใจหลังจากครั้งสุดท้ายที่ทะเลาะกันแรงๆ แต่เอ็มและแม่เขาพยายามชวนฉันไปบ้านตลอด ฉันเลยไม่อยากให้แม่กับพ่อเขาไม่สบายใจ เพราะเรื่องของคนดีของฉันก็ทำให้พ่อแม่เขาลำบากใจมากพอแล้ว ฉันเลยตกลงใจมาบ้านเขา ฉันหลบมุมไปนั่งเล่น psp ของฉันเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน เอ็มแวะเข้ามาดูว่าฉันทำอะไร พอเห็นว่าฉันนั่งเล่นเกมส์เอ็มก็เดินออกไป สักพักคนดีของฉันก็เข้ามานั่งข้างๆ บอกว่าไปอาบน้ำเถอะหนู ฉันได้แต่มองหน้าเขาแล้วน้ำตาก็ไหล ฉันบอกว่าฉันทรมาน ฉันขอเลิกได้ไม๊ ฉันจะดีและยอมเขาแค่ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายเท่านั้น ไม่ว่าต่อไปอีกกี่ภพกี่ชาติ ขอไม่พบพานกันอีก ขออย่าได้ทรมานอย่างนี้อีกเลย เราไม่ได้เกลียดกัน ทำไมพี่ต้องทำร้ายหนูขนาดนี้ เขาบอกว่า หนูอย่าพูดยังงี้นะ แล้วเขาก็ถามฉันว่า พี่ทำร้ายอะไรหนูหรอคะ ฉันก็บอกว่า ทำไมพี่ต้องทำร้ายกันด้วยคำพูด แค่พี่เปลี่ยนไปก็เจ็บมากพอแล้ว ไม่เห็นต้องมาพูดจาทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้ ฉันได้แต่ร้องไห้ แล้วบอกเขาว่า ทางออกของฉันคือน้ำตา อย่าห้ามไม่ให้ฉันร้องไห้เลย ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันต้องร้องไห้ เพราะเขาเคยถามกันตอนทะเลาะว่า"หนูจะร้องไห้ทำไมนักหนาคะเนี่ย!!" ก่อนที่เขาจะถามฉันด้วยคำถามนี้ซ้ำฉันเลยบอกเขาก่อนเลย ฉันไม่อยากฟังคำถามที่ทำร้ายฉันอย่างนี้อีก ฉันบอกต่อว่าพี่ไม่ต้องมาห่วงไรมากหรอกค่ะ เราเป็นแค่พี่น้องกันแล้ว เขาก็มองหน้าฉัน แล้วก็น้ำตาคลอ แล้วบอกว่า "ถึงแม้ว่าหนูจะคิดกับพี่ว่าเป็นแค่พี่น้อง แต่พี่ก็ยังคิดเสมอ..ว่าหนูเป็นแฟน ให้เลิกห่วง เลิกคิดถึงคงเป็นไปไม่ได้ พี่ก็จะห่วงหนูอย่างนี้ตลอดไป ถ้าไม่ได้แต่งงานกับหนู พี่ก็ตั้งปณิธานไว้แล้วว่าพี่จะไม่แต่งกับใครอีกแล้ว จะอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิต..หนูรอพี่หน่อยได้ไม๊คะ ให้พี่เคลียร์ตัวเองได้ก่อนได้ไม๊ รอพี่หน่อยไม่ได้หรอ" แล้วเขาก็เล่าว่าเขาทุกข์ แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงทุกข์ ได้แต่ไม่สบายใจวันๆนึงก็เหม่อลอย ไม่อยากคุยกับใคร แม้กระทั่งพ่อแม่เขา เลยไม่อยากให้ฉันมาทรมานด้วย ฉันเลยเอามือไปลูบแขนเขาเบาๆ แล้วบอกว่า ทุกข์อะไรมากมายหล่ะคะบอกได้ไม๊เผื่อจะช่วยได้ ถึงจะช่วยอะไรไม่ได้มาก อย่างน้อยพี่ก็ได้ระบายนะ ฉันสงสารเขามากๆ ฉันรู้ว่าเขาทุกข์ อยู่ไม่เป็นสุข เขาร้อนอยู่ในใจ โดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ตอนนี้กลับกลายเป็นฉันปลอบเขา เขาเห็นฉันร้องไห้มากเข้าก็ออกไปหยิบกระดาษทิชชูให้ แล้วแม่เขาคงเห็นหล่ะมั้ง แม่เลยเข้ามาหาฉันแล้วบอกว่า หนูเป็นอะไรลูก ค่อยๆคุยกัน มีอะไรค่อยพูดกันใจเย็นๆ อย่าร้องเลย หนูร้องมามากพอแล้วลูก ฉันก็ได้แต่พยักหน้ารับคำ แต่ไม่ได้พูดอะไร คนดีของฉันก็มานั่งข้างๆฉันแล้วปลอบฉันว่า หนูหยุดร้องเถอะยังไงพี่ก็รักหนูคนเดียว ยังรักยังแคร์ยังหวงยังห่วงหนูเหมือนเดิม แต่ว่าอารมณ์ช่วงนี้ของพี่มันแปรปรวน หงุดหงิดตลอด อย่าถือสาพี่เลย ไปอาบน้ำเถอะนะคนดี อย่าคิดมากเลย ฉันเลยบอกเขาว่า หนูรักพี่มาก มากซะจนชีวิตหนูก็ให้พี่ได้ หนูไม่อยากให้พี่ทุกข์แบบนี้ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือในอนาคตที่เราอาจไม่ได้เป็นแฟนกันแล้ว หนูก็ยังจะหวังดีแบบนี้เสมอ หนูรักพี่ที่ตัวพี่ ต่อให้พี่ไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์ ไม่มีรถ ไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน ไม่มีอะไรเลย มีแต่ตัว แม้จะออกจากกองทัพไม่ได้เป็นทหารแล้ว ฉันก็ยังจะรักพี่แบบนี้ เพราะหนูรักพี่ที่เป็นพี่ คนดีของฉันร้องไห้แล้วเอามือลูบหัวฉันเบาๆ มองหน้าฉันแล้วยิ้มเศร้าๆ แล้วก็บอกให้ฉันไปอาบน้ำ ฉันก็ไปอาบน้ำแล้วเอ็มก็มาถามฉันว่าเกิดอะไรขึ้น อย่าคิดมาก อย่าร้องไห้เลย ฉันก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เอ็มฟังว่าคุยไรกันบ้างเอ็มก็บอกว่า เห็นไม๊ไม่มีอะไรหรอก เขาก็ยังรักอยู่นะ รักมากด้วย อย่าเพิ่งคิดไรมากเลย ฉันก้ได้แต่พยักหน้าไปงั้นๆ ก็กลับมานอน ตอนเช้าคนดีของฉันต้องออกไปทำงานแต่เช้า งานเขายุ่งมากแม้กระทั่งเสาร์อาทิตย์ก็ต้องทำ standby ตลอด ฉันตื่นมาเพื่อไปนั่งเป็นเพื่อนเขากินข้าวเช้า เขากินข้าวได้น้อยลงมาก ปกติแล้วเขาจะกินข้าวจุ แต่ตอนนี้กินได้นิดเดียว ฉันแล้วก็รู้สึกได้เลย ฉันถามเขาว่าแกะปลาให้ไม๊ เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร อย่าเลยเดี๊ยวหนูมือเลอะ แล้วเขาก็ถามว่าแขนที่โดนเจาะเลือดเป็นไง หายปวดไม๊ ฉันก็บอกว่ายัง คนดีของฉันเลยบอกว่า เดี๋ยวพี่ต้มน้ำแล้วประคบให้นะ ฉันได้แต่มองหน้าแล้วยิ้ม บอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ต้องรีบไปเตรียมเครื่องไม่ใช่หรอ เดี๋ยวไม่ทันหนูดูแลตัวเองได้ เอ็มกะพ่อแม่ก็อยุ่ ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ คนดีของฉันก็ยิ้มแล้วบอกว่าดูแลตัวเองดีๆนะ พี่รู้ว่าช่วงหลังมานี่พี่ไม่ได้ดูแลหนูเลย ฉันก็บอกว่าไม่เป็นไรเข้าใจ เขาก็ยิ่ม แล้วฉันก็ไปส่งเขาที่รถเพื่อไปทำงาน ก่อนออกจากบ้านฉันก็ยังคงบอกเขาเหมือนเดิมว่า ปลอดภัยนะคะ เป็นห่วงนะ ทำอะไรมีสตินะ เขายิ้มแล้วก็บอกว่า จุ๊บ จุ๊บ เหมือนแต่ก่อนที่เวลาคนดีของฉันจะไปไหนจะต้องบอกฉันว่า จุ๊บ จุ๊บ แล้วฉันก็จะ จุ๊บ จุ๊บกลับ แล้วคนดีของฉันก็ไปทำงาน วันเสาร์วันนั้น เอ็มมีแพลนจะไปทำบุญอยู่แล้วเลยไปถวายสังฆทานที่วัดพร้อมกับพ่อ ส่วนแม่อยู่บ้านเกือบๆเที่ยงก็กลับบ้านมากินข้าวกัน พอเที่ยงๆคนดีของฉันโทรมาหาแม่เขาว่ามียาแก้แพ้ไม๊ เพราะว่าช่างที่ฝูงเขาเป็นหวัดกันเต็มเลย เขาจะกลับมาเอายาที่บ้าน แม่เลยบอกว่าก็แวะซื้อที่ร้านสิ จะกลับมาทำไม เขาก็บอกว่ากลับมาเอาที่บ้านแหล่ะพอวางสายพ่อเขาก็แซวว่าสงสัยพี่เขาหาเรื่องกลับบ้านมั้งเนี่ย แล้วก็หัวเราะกัน คนดีของฉันกลับมาแต่ไม่เข้าบ้าน ฉันก็เอาของไปส่งให้เขา พี่เขาก็บอกว่าขอบคุณค่ะ หนูเป็นไงบ้าง หายปวดหัวกับเจ็บแขนรึยังก็บอกเขาว่าดีขึ้นแล้วค่ะ ก็ยิ้มๆ จริงๆก็แอบดีใจอยู่ลึกๆว่าอย่างน้อยเขาก็เป็นห่วงฉันอยู่ แล้วเขาก็ไปทำงาน อีกพักนึงเราสี่คน พ่อแม่เอ็มแล้วก็ฉันก็ออกไปซื้อกุ้งมาเผากันตอนเย็น ขากลับแม่ก็ถามว่าหนูอยากไปให้อาหารกวางในโรงเรียนการบินกันไม๊ลูก ก็บอกว่าอยาก แม่เลยบอกว่า เดี๋ยวเข้าบ้านก่อนแล้วค่อยออกมากับพี่เขาอีกทีแล้วกัน แม่จะได้ไปทำกับข้าวรอ หนูก็มาให้อาหารกวางกับอาหารปลากัน 3 คน เอ็มก็บอกว่า ให้บอกพี่เขาไปรอที่กรงกวางเลย แล้วให้พ่อไปส่ง แม่บอกว่าพี่เขาอยู่ชุดบินอยู่ลูก ให้พี่เขากลับมาเปลี่ยนชุดก่อนเถอะ เขาอยุ่ชุดนั้นมันคงไม่สะดวก เอ็มเลยบอกว่า ไม่มีใครเห็นหรอกค่ะแม่ พ่อก็พูดขึ้นมาทันทีเลยว่า"กวางเห็นไงลูก" เราก็หัวเราะกัน พ่อเขาเป็นคนตลกอารมณ์ดีตลอด อยุ่ด้วยแล้วสบายใจเสมอ สรุปก็ขับรถกลับบ้านกันก่อนโดยก่อนถึงบ้านก็แวะตลาดนัดซื้อแตงกวาไปเลี้ยงกวางกัน พอถึงบ้านก็เห็นรถคนดีของฉันจอดอยู่ ก็หากันว่าเขาไปไหน สรุปเขาหลับอยู่ในห้องเล็กที่ไม่มีพัดลม เขาหลับทั้งๆที่ร้อนๆ น่าสงสารจัง แม่กับเอ็มเข้าไปเจอแล้วก็ออกมาบอกฉันว่า อย่าเพิ่งไปกวนพี่เขาเลย เขาเหนื่อยเลยหลับอยู่ แม่บอกว่าพี่เขาเป็นยังงี้ทุกวัน มีบินเช้าบ่าย เหนื่อยมาก ฉันเลยแวะเข้าไปดูแล้วก็เอามือลูบผมเบาๆโดยไม่ได้ตั้งใจว่าจะทำให้เขาตื่น แต่ว่าเขาลืมตาขึ้นมาดูว่าใคร หน้าตาเขาง่วงนอนเหมือนเด็กๆเลย ฉันเลยบอกว่าพี่นอนเถอะค่ะ ไม่ได้ตั้งใจมาปลุกแวะมาดูเฉยๆ เดี๋ยวหนูจะออกไปทำน้ำเสาวรสปั่นให้กินนะ หลับเถอะ ไม่กวนแล้ว เขาก็พยักหน้าแล้วก็แลบลิ้นทะเล้นใส่ฉัน นานมากแล้วที่ฉันไม่เห็นเขาทะเล้นแบบนี้ ยังงี้เขาเรียก sign ที่ดีใช่ไม๊ ฉันออกไปทำน้ำเสาวรสปั่นแล้วก็ช่วยแม่กับเอ็มทำกับข้าว สักพักคนดีของฉันก็ตื่นออกมาจากห้องมาดูว่าฉันทำอะไร แล้วก็แซวว่าน้ำเสาวรสเนี่ย คงไม่ต้องใส่เกลือแล้วหล่ะ ฉันก็มองหน้าเขาแบบงอนๆ คนดีของฉันก็หัวเราะแล้วก็จับหัวฉันเขย่าอย่างเอ็นดู แล้วก็เดินออกไป เอ็มก็หัวเราะบอกว่าแหม..หวานกันจริงเลยนะ ฉันก็ทำน้ำเสาวรสปั่นไปให้พ่อกับคนดีของฉันลองชิม คนดีของฉันบอกว่า เอ้อ อร่อยดี…หลังจากดื่มอึกแรก ทุกคนหัวเราะ เพราะว่ารู้เลยว่าเขาพูดเพื่อเอาใจ ฉันก็ทำหน้าแหย ว่าไม่อร่อยจริงหรอ คนดีของฉันก็บอกว่า ล้อเล่น อร่อยดี แม่ก็รีบเสริมว่า วิตามิน ซีทั้งนั้นลูกรสเนี้ยดีแล้ว วิตามิน ซีเยอะดี เปรี้ยวๆแบบนี้น่ะ แม่พยายามให้กำลังใจฉัน คนดีของฉันก็บอกว่าอร่อยจ้ะอร่อย สักพักเราก็ออกไปให้อาหารกวางกันที่โรงเรียนการบิน ฉันโดนกวางกัดอีกแล้ว ครั้งที่แล้วก็โดน ครั้งงนี้ก็โดนอีก คนดีของฉันรีบมาดูว่าเป็นอะไรรึเปล่า เขาเป็นห่วงฉันอีกแล้ว รอบที่สองแล้วที่ทำให้หัวใจฉันพองโต พอดีว่าเอ็มเอากล้องที่ซื้อใหม่มาด้วย เลยถ่ายรูปเล่นกัน แต่กล้องนี้ถ่ายรูปฉันไม่สวยเลย – -" แต่ฉันก็ยังคงอยากถ่ายกับคนดีของฉันอยู่ดี แม้ว่าฉันจะดูน่าเกลียด อืดแค่ไหนก็ตาม ถ่ายกันพอสมควรเลยหล่ะ แล้วก็กลับบ้านกัน มานั่งเผากุ้งกินกันเป็นมื้อเย็น ช่างเป็นมื้อที่มีความสุขจัง แม่กับพ่อดูมีความสุขมาก เพราะว่าลูกๆกลับมาบ้านพร้อมหน้าพร้อมตา แถมมีลูกสาวอย่างฉันเพิ่มมาอีกคนนึง พ่อบอกว่า วันนี้พ่อขออนุญาตินอนดึกนะ พ่อจะร้องคาราโอเกะ ทุกคนดูมีความสุขดีจังเนอะ ไม่อยากให้เวลาแบบนี้ผ่านไปเร็วเลยอยากให้อยุ่นานๆหรือหยุดไว้เลยได้ก็จะยิ่งดี วันนี้คนดีของฉันกินข้าว 2 จานเลย เพราะนอกจากกุ้งแล้วยังมีไข่เจียวด้วย คนดีของฉันแกะกุ้งให้ฉันกินด้วย เหมือนเมื่อก่อนตอนที่ยังไม่มีปัญหากัน รู้สึกดีมากๆ พออิ่มกันแล้ว เราก็เข้ามากันในบ้านแล้วพ่อก็เปิดคาราโอเกะร้องเพลง ฉันนั่งดูที่โต๊ะสักพักคนดีของฉันก็มานั่งข้างๆ ฉันเลยนอนยาวบนเก้าอี้ไปหนุนตักเขา เขาเลยบอกว่าไปนอนตรงพัดลมไม๊ เย็นดี ก็เลยย้ายไปนอนตรงพัดลมใกล้ๆที่พ่อกับแม่ร้องเพลงกัน ฉันนอนก่อน แล้วคนดีก็เริ่มเอนหลังตาม ฉันก็แซวว่าไหนว่าจะไม่นอนไง เขาก้อบอกว่า แหมแค่เอนหลังเอง ก็หัวเราะกัน เอ็มก็มานั่งคุยระหว่างฉันกะคนดีของฉัน แต่เอ็มไม่ได้ยินฉันเลยบอกว่า สงสัยต้องลงมานอนคุยกันแล้วหล่ะ ไม่ง้านคงไม่รู้เรื่อง เอ็มก็หัวเราะแล้วบอกว่า เอางั้นเลยนะ แล้วบอกว่าฉันตลกดีเอ็มย้ายไปนอนอีกข้างนึงของฉันเท่ากับฉันนอนอยู่ตรงกลาง พ่อหันมาเห็นเข้าแล้วบอกแม่ว่า แม่ดูสิ พ่อกะแม่ร้องเพลงกล่อมลูกๆนอนกันเป็นแถวเลย ฉันเลยพูดว่า อ๋อ 3 ตัว 10 ค่ะ พ่อบอกว่าแหมเป็นปลาทูเลยนะ ก็หัวเราะกันแล้วพ่อก็แซวต่อว่า แล้วตัวเล็กนี่มันยังไงกันเนี่ย พ่อหมายถึงเอ็มเพราะเอ็มตัวเล็กๆ ฉันเลยบอกว่า สองตัวริมอวบๆอย่างหนูอ่ะจริงๆแล้ว 2 ตัว 10 แต่ว่าตัวเล็กๆนี่แถมค่ะ ก็หัวเราะกันใหญ่ สักพักคนดีของฉันก็ลุกไปอาบน้ำ พออาบเสร็จฉันเลยไปถามเขาว่าพี่จะไปสวดมนต์แล้วหรอ คนดีก็บอกว่าทำไมหรอ ฉันเลยบอกว่ารอหนูอาบน้ำหน่อยได้ไม๊ หนูจะไปสวดด้วย เขาก็บอกว่า จริงๆแล้ววันนี้จะไม่ไปสวดหรอก เพราะว่าเหนื่อย แต่ถ้าหนูอยากสวดพร้อมพี่ พี่จะไปสวดด้วย ฉันเลยรีบอาบน้ำ แล้วรีบขึ้นไปสวดมนต์กัน คนดีของฉันสวดมนต์เร็วมาก แต่ฉันสวดไปเรื่อยๆ ฉันรุ้สึกได้เลยว่าเขาไม่มีสมาธิเลยสักนิดเดียว ท่องตามหนังสือไปเรื่อยๆ ขณะสวดมนต์อยู่ชั้นบน ชั้นล่างก็ร้องเพลงกันใหญ่ ตอนฉันสวดพระคาถาชิณบัญชร ข้างล่างก็ร้อง…"มีคนว่าพี่ อ้วนดำ อ้วนดำ" ฉันก็อดหัวเราะไม่ได้ คนดีของฉันหันมามองหน้าว่าฉันหัวเราะอะไร สวดๆไป ก็เปลี่ยนเพลงใหม่เป็นเพลง 1 ใน 100 สักพักพี่เขาก็รู้ว่าฉันหัวเราะอะไร สรุปแล้วคนที่ไม่มีสมาธิเลยน่าจะเป็นฉันมากกว่าเขามั้งเนี่ย ^^ พอสวดมนต์เสร็จก็ลงมา พี่เขาก็ออกไปข้างนอกอีกแล้ว คงไปโทรศัพท์อีก ฉันก็ทุกข์อีกแล้ว พอเขากลับเข้ามาฉันก็ออกไปโทรบ้าง สักพักก็กลับเข้ามาเขาก็ไม่ถามอะไร ฉันเลยหนีเข้าไปนอนห้องเล็ก สักพักก็หลับไป เขาก็มาเรียกฉันให้ไปนอนห้องเดิมที่นอนเมื่อคืน เขามาจับหัวฉันว่าร้อนไม๊ ปรากฏว่าร้อน ฉันเป็นไข้ เขาก็พาฉันไปนอนที่ห้อง แล้วก็หายามาให้ทาน พ่อกับแม่ถามว่าฉันเป็นอะไร พี่เขาก็บอกว่าเป็นไข้ พ่อเลยบอกว่า ก็วันนี้อ่ะพาฉันไปตะลอนๆทั่วเลยไปเดินตลาดนัดตากแดดด้วย สงสัยจะเป็นหวัดแดด เขาก็กลับเข้ามาแล้วเราก็เริ่มคุยกันอีกครั้ง ฉันถามว่าพี่อยู่กับหนูมีความสุขไม๊ ถ้าพี่ไม่มีความสุขแล้วอยู่กับคนโน้นแล้วมีความสุขกว่าหนูจะจากไปเอง เขาก็ถามว่าทำไมพูดแบบนั้น ฉันเลยบอกว่า เพราะพี่ไม่แคร์หนูเลยทั้งๆทีหนูอยู่ตรงนี้แต่พี่ก็ยังโทรหาคนอื่น ตอนแรกเขาก็บอกว่า พี่โทรสั่งงานแต่ฉันก็บอกว่าฉันรู้ว่าไม่ใช่ ฉันก็พูดต่อด้วยความน้อยใจว่า พี่โทรหาหนูวันละครั้ง ครั้งละไม่เกิน 5 นาที แต่โทรหาคนอื่น วันนึงหลายๆครั้ง ถ้าเป็นอย่างนั้นพี่อยู่กับคนอื่นดีกว่าไม๊ อย่าทำหนูเจ็บไปกว่านี้เลย ขอร้องหล่ะ เขาก็บอกว่าแต่หนูก็คุยกับคนอื่นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ เมื่อกี้นี้ ตอนที่พี่ออกไปข้างนอกที่มาส่งหนูเข้านอนแล้ว พี่ก็เห็นหนูก็คุยกับคนอื่น พี่ไม่ว่าอะไร เพราะพี่รู้และเชื่อใจหนูไงว่าหนูรักพี่มากแค่ไหน เขาก็เริ่มเล่าเริ่มพูดเริ่มระบายว่า เขาไม่ได้โทรหาคนอื่นมากไปกว่าฉันเลย คือตอนนี้เขาอยากทำอะไรเขาก็ทำ ไม่ได้คิดว่าถูกหรือผิด ดีหรือไม่ดี เขาทุกข์ใจมาก ที่เขาไม่ค่อยโทรหาฉันเพราะเขากลัวว่า โทรหาฉันแล้วจะหงุดหงิดแต่เขาอยากระบาย เขาเลยโทรหาคนอื่น คนอื่นโดนเขาวีนตลอด โดนว่าแรงๆอย่างที่เขาไม่แคร์ด้วยซ้ำ แต่เขาแคร์ฉัน กลัวทำฉันร้องไห้อีก เวลาที่เขาพูดอะไรแรงๆออกมา ขณะโมโห เขาบอกว่าเป็นเพราะเขาต้องการประชดแล้วก็ตัดบทเพื่อจะได้วางโทรศัพท์ไป แต่พอเขาใจเย็นลง เขาก็มานั่งเสียใจว่าเขาไม่น่าพูดแบบนี้กํบฉันเลย ไม่น่าทำร้ายฉันด้วยคำพูดเหล่านี้ เขาอยากโทรหาแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง ไม่รู้จะขอโทษยังไง เลยเงียบหายไปเลยดีกว่า แล้วค่อยโทรมาหาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยดีกว่า ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่เขาบอกทุกอย่าง เขาเริ่มระบายต่อว่า บางทีเขาอยากหนีเข้าป่า ไม่อยากเจอใครไม่อยากคุยกับใครเลย  ฉันเลยบอกว่า พี่บวชไม๊ เผื่อจะช่วยให้จิตใจพี่ดีขึ้นได้บ้าง พอพูดจบเขาก็เริ่มร้องไห้แล้วก้อบอกต่อว่า เขาไม่อยากบวชเพราะเขายังร้อนอยู่ กลัวจะทำผ้าเหลืองร้อนเพราะเขาไม่สงบ ฉันเลยบอกว่า ไม่มีใครนึกถึงการบวชขณะตัวเองมีความสุขหรอก จริงไม๊ เพียงแค่พี่ไม่ได้ทำให้ศาสนาเสื่อมเสียก็พอแล้ว ฉันพยายาม convince นานมาก คนดีของฉันเหมือนตอนนี้นั้นความคิดเขากลับไปกลับมา สับสนอยู่ตลอด ฉันได้แต่ปลอบ แล้วบอกว่าเขาว่าอย่าคิดมาก ปัญหาที่มีมันมีทางออกเสมอ หนูจะอยู่เคียงข้างพี่เสมอ ไม่ว่าปัญหานั้นมันจะใหญ่แค่ไหนก็ตาม คนดีของฉันเลยบอกว่า หนูเชื่อใจพี่ได้ไม๊คะ พี่ไม่มีอะไรเลย พี่แค่คุยกับคนนั้นเฉยๆ แค่อยากระบายเท่านั้นไม่มีอะไรจริงๆ ยังไงพี่ก็เลือกหนู อย่างที่บอกว่า ถ้าไม่ได้แต่งงานกับหนูพี่จะไม่แต่งกับใครอีกแล้ว เชื่อใจพี่นะ แต่ตอนนี้พี่ร้อน พี่ไม่สบายใจ พี่เลยอยากทำอะไรก็ทำ พี่รู้ว่ามันเป็นการเห็นแก่ตัวมากที่ทำแบบนี้… แล้วจะให้ฉันทำยังไง แต่ว่าอีกอย่างนึงจิตใจฉันมันเริ่มปรับได้บ้างแล้ว มันคงไม่เจ็บไปกว่านี้แล้วหล่ะ ฉันบอกคนดีของฉันว่า อย่าคิดมากนะ พี่มีหนูอยู่ข้างๆเสมอ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ตาม อย่าคิดว่าตัวเองไม่เหลือใครนะ สู้ๆ คนดีของฉันบอกว่าพี่ไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่หนูคิดหรอกพี่อ่อนแอจะตาย ฉันก็บอกเขาว่า พี่อ่อนแอแค่ช่วงนี้แหล่ะค่ะ พี่ต้องลุกมาเข้มแข็งนะ ถ้าตอนนี้มันเหนื่อยมากนักก็พักก่อนก็ได้ พี่ไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งอยู่ตลอดเวลาหรอก ล้มบ้างก็ได้ อ่อนแอบ้างก็ได้ ไม่แปลกหรอกค่ะ ทุกคนพร้อมจะช่วยพี่เสมอ แม้กระทั่งหนูเอง แล้วคนดีของฉันก็ดึงหัวฉันไปซบไหล่เขา แล้วเขาก็ร้องไห้ เขาบอกว่าพี่รุ้ว่าหนูรักพี่มากแค่ไหน พี่มันไม่ดีเองที่ทำแบบนี้ แต่พี่ไม่เคยไม่รักหนูเลยสักวัน หนูรอพี่เคลียร์ตัวเองให้สะอาดก่อนนะ รอพี่นะ… ฉันรู้แล้วว่าการได้รักใครสักคน โดยเป็นความรักที่ต้องการแค่ให้ และพร้อมจะเสียสละและไม่ต้องการผลตอบแทนเป็นยังไง ช่างเป็นความรักที่แสนจะมีความสุขจัง ตลอดชีวิตตั้งแต่มีแฟนมา ฉันรักคนดีของฉันคนนี้มากที่สุดแล้ว…รักซะจนไม่มีใครทดแทนได้จริงๆ
และวันนี้..พอพ่อแม่เขามาส่งฉันเสร็จ ใกล้ที่พ่อแม่เขาจะถึงบ้าน แม่เขาก็โทรมาบอกว่า หนูใจเย็นๆนะลูก แม่รู้สึกว่าพี่เขาดูมีสมาธิขึ้น มีความสุขมากขึ้น เขายิ้ม เขาหัวเราะได้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ที่เขามาทำงาน แล้วต้องมาอยู่บ้านอาทิตย์นึง พี่เขาไม่ยิ้มไม่พูดอะไรกับแม่เลย กลับมาจากทำงานก็กินข้าวแล้วก็เข้าห้อง แต่พอหนูมา พี่เขาก็ยิ้ม คุย หัวเราะมากขึ้น กินข้าวได้มากขึ้น เหมือนเขาจะรู้สึกดีขึ้นนะลูก ใจเย็นๆนะหนู อย่าคิดอะไรมากไป ยังไงพ่อกับแม่ก็รักหนูเหมือนลูกอยู่แล้ว บ้านหลังนี้ที่สร้างมาก็เป็นของหนูเหมือนกันนะลูก ไม่ต้องคิดอะไรมากนะคะ แล้วแม่ก็วางไป…ช่างเป็นครอบครัวที่แสนจะลงตัวเหลือเกิน ถ้าคนดีของฉันไม่เป็นแบบนี้ แต่อย่างน้อย…เขาทำให้ฉ้นได้รู้ว่า เขายังรัก ยังห่วง ยังแคร์ฉันอยู่ แค่นี้ก็ทำให้ฉันอมยิ้มไปได้อีกหลายวันแล้วหล่ะ ^^
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

One Response to 14-16Sep07

  1. sai says:

    ตั้งใจจะแวะมาทักทาย หอบ"ความคิดถึง"มาให้เฉยๆ แต่แล้วก็ได้มาอ่านเรื่องราว ทำเอาน้ำตาซึมเลยพี่ เลยต้องแถม"กำลังใจ"ให้อีกกระบุง สู้ๆ นะพี่ หนูเชื่อว่าเวลาที่มีปัญหา love love นอกจากความรักแล้ว กำลังใจและ ความไว้ใจเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด อย่าให้ใครมาขโมยไปนะ สิ่งที่คุณเห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณคิดก็ได้ หนักแน่นเข้าไว้ แล้วเวลาจะช่วยให้ทุกอย่างคลี่คลายเอง  \\/(^_^)\\/ 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s