Trip to Phetchaboon 29Nov-2Dec

สนุกสุดๆทริปนี้ ได้รูปสวยๆมาเต็มเลย ตอนแรกว่าจะออกเดินทางจากกรุงเทพตั้งแต่วันพุธกลางคืนแล้วหล่ะ แต่พอดีพลขับไปไม่ไหว เพราะว่าขับรถมาทั้งวัน เลยไปสยามกินข้าวกันก่อนแล้วค่อยออกเดินทางวันรุ่งขึ้น พอเช้าวันพฤหัสก็ออกเดินทางแต่เช้าประมาณ 8 โมงก็มารับที่หน้าปากซอย ขับรถไปเรื่อยๆก็ไปถึงทุ่งทานตะวันก่อนก็แวะลงไปถ่ายรูปกัน คงเป็นเพราะว่าไปวันธรรมดามั้ง คนเลยน้อย เดินถ่ายรูปกันอยู่พักนึงก็ขับรถไปต่อ แดดแรง แต่ว่าอุณหภูมิค่อนข้างต่ำเลยรู้สึกเย็นๆ ดีจัง อากาศแบบนี้นานแล้วที่ไม่ได้สัมผัส เราขับยาวไปเขาค้อกันเลยก้อไปถึงเย็นๆแล้วหล่ะ พอดีว่าคนขับมีเพื่อนอยู่ที่โน่นเลยโทรถามตลอดทาง ตอนแรกจะไปพักเขาค้อลอร์จ แต่ว่า ไม่ไหวค่ะ ที่พักน่ากลัวมาก เห็นว่าเป็นของส่วนราชการ เราเลยพากันลงมาหาที่อื่น สุดท้ายได้ที่ไร่จันทร์แรม ห้องพัดลมราคา 1000 บาท ตอนแรกก็ว่าเออ..พอถูไถ แต่พอไปดูห้อง โห ห้องใหญ่มากประมาณนอนได้ 5 คนเลยอ่ะ แล้วก็มีอาหารเช้าให้ด้วย ถือว่าถูกเลยหล่ะ พอเช็คอิน เสร็จเราก็ขับรถออกไปหาที่เที่ยวกันก็ไปดูพระธาตุสักอย่างจำไม่ได้แระ แหะๆๆ แต่ก็ไม่ได้ถ่ายรูปหรอก ได้ถ่ายรูปตรงร้านอาหารที่ไร่จันทร์แรมนิดเดียว เพราะว่าใกล้มืดแล้วจะไปพระตำหนักก็ปิดแล้ว เลยกลับที่พักกัน เพราะว่าขับรถมาทั้งวันแล้ว อากาศหนาวจังขอบอก อากาศเย็นทำให้แก้มแดงทั้งวันเลยหล่ะ ชอบมากๆ เราพักที่ไร่นี้คืนนึง อ้อ ลืมบอกไปว่า ที่ไร่นี้เจ้าของคงชอบเลี้ยงหมา มีหมา 3 ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น ทั้ง ลอดไวเลอร์ ลาบาดอร์ อาเซเชี่ยน เล่นอยู่ 2 ตัวคือ ลอดไวเลอร์กะลาบาดอร์ ชื่อยู่ยี่กะบอม ตัวอ้วนมั่กๆ น่ารักสุดๆ พอเช้ามาประมาณ 7 โมงก่าๆก็อาบน้ำไปกินข้าวแล้วก้ออกเที่ยวกัน ที่แรกที่ไปคือ หอสมุดนานาชาติ ตอนแรกคิดว่าไปไมฟระ ไม่เห็นมีไรน่าสนใจ แต่สรุปแล้ว ดอกไม้สวยค้าบ ถ่ายรูปเพียบเลย แล้วก็ไปพระตำหนักเขาค้อต่อ กลับกันที่พระตำหนักไม่มีดอกไม้เลย มีแต่วิวสวยๆ พอเสร็จก็ไปเที่ยวน้ำตกต่อกัน ก็สวยดีนะ แต่คนไม่ค่อยมีก็ค่อนข้างน่ากัวอยู่เหมือนกัน แล้วเราก็ขับรถต่อไปที่ทุ่งแสลงหลวง แต่ว่าป้ายที่บอกทางเนี่ย ดันบอกทางไปทุ่งแสลงหลวงที่เป็นหน่วยย่อย เลยไม่ได้เข้าไปกัน เลยกลับไปทางบ้านแคมป์สน ไปหาที่พัก ตอนแรกไปที่ภูแก้ว โห ห้องพักแพงมากอ่ะ แต่ว่ารีสอร์ทเขาทำเป็นเหมือนเมืองๆนึงเลยนะ แต่บ้านพัก ราคา 2500 อ่ะ แพงเกินเลยไปหาที่อื่นก็ไปได้ที่ เมาท์เทนฮิล ไรสักอย่างอ่ะ เป็นบังกะโล พอใช้ได้ ลดจาก 1 พันเหลือ 600 อ่ะ ไม่น่าเชื่อ!! คงเป็นเพราะฉันเป็นคนไปติดต่อมั้ง ฮี่ๆๆ ตอนแรกวนไปดู โห เหมือนไม่มีคนพักเลยอ่ะ ว่าจะไม่เอาแล้ว กะลังวนรถออก แม่บ้านผ่านมาเลยถามปรากฏว่าแขกจะเข้าพัก 6 โมงเย็น เราเลยกลับไปตกลงเช็คอินที่นี่ ตอนหัวค่ำได้ไปเดินตลาดนัดด้วยหล่ะ หนุกดี เดินอยู่ 2 ชม ได้ ของถูกมากเดินจนตลาดปิดเลยอ่ะคิดดู ฮ่าๆๆ ก็ได้หนังกลับมาดูกันก่อนนอน 2 เรื่อง สภาพบ้านที่พักน่ากัวอ่ะ เลยเอาพระมาคล้องคอซะ กลัวนี่นา เป็นเตียงเดี่ยวตั้งอยู่กลางบ้านเลยอ่ะ แล้วก็เก่าๆแล้ว บรื๋อ..!! แต่ก็ไม่มีอะไรหรอก พอตอนเช้าเราก้ขับรถเพื่อไปภูทับเบิกก่อน ระหว่างทางที่มีจุดชมวิว เราก็แวะกินซาลาเปากะโอวัลติน นมเย็นกัน วันนี้อากาศยังเย็นเหมือนเดิม แต่ว่าสู้บนเขาค้อไม่ได้ ป้าแม่ค้าบอกว่าปีนี้อากาศเย็นกว่าปีที่แล้วอีก เลยโดนแซวว่าชอบอากาศแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรอ เราก็นั่งกินไปคุยกะป้าไป ป้าเป็นคนคุยเก่งมาก จนเราต้องขอปลีกตัวออกมาเลยอ่ะ แถวนี้สวยดีนะ อยากมีบ้านอยู่นี่สักหลัง แล้วปลูกผักเลี้ยงสัตว์ไปเหมือนใน harvest moon เลยอ่ะ ฮ่าๆๆๆ แต่ไม่วุ่นวายดี ชอบมากๆ วิวระหว่างทางไปทับเบิกสวยสุดๆ เราขบรถกันไปเรื่อยๆ จนขึ้นเขาบนบ้านทับเบิกอ่ะ อากาศแบบว่าสุดๆ นี่ขนาดมีแดดนะเนี่ย ไปเจอครอบครัวนึงที่เราเคยเจอกันมาก่อนที่หอสมุดว่าพักที่ไหน เขาบอกว่ามากางเต้นนอนที่นี่อากาศเมื่อเช้า 0.07 องศา!!! โห เราน่ามานอนนี่เน้อ ชอบอ่ะ แล้วเราก็ไปต่อกัน แต่เวรกรำ น้ำมันดันจะหมด เวงละ ทำไงดีหว่า ตอนแรก plan จะไปภูหินร่องกล้า แต่ว่าน้ำมันจะหมด เลยบอกว่าอย่าไปเลย แต่ด้วยความมีสติปัญญาดีเลิศเราเลยตัดสินใจขับรถเข้าไปในหมู่บ้านหลังจากที่เราไปที่จุดชมวิวที่เขากางเต้นแล้ว อ้อลืมบอกไป บนจุดชมวิว เราจะเห็นเขาปลูกกระหล่ำเป็นแถวเลย สวยมาก อากาศดีสุดๆ อยากนอนบนนี้จังแต่ว่า คงไม่ไหวเด๊วต้องขับรถกลับกรุงเทพอีกไกล พอเข้ามาในหมู่บ้านมีน้ำมันเป็นหลอดจริงๆด้วย เติมประมาณ 2 หลอด สรุปเราไปต่อที่ภูหินร่องกล้าได้ เลยขับรถไปเพราะว่าฉันอยากไปลานหินปุ่มกะลานหินแตก แต่ว่าปัญหาใหม่คือ คนขับไม่สบายคับ เวงละ แต่เขาก็บอกว่า ยังพอขับได้ เลยขับไปที่ข้างบนกันต่อ พอถึงลานหินปุ่ม คนขับเริ่มไม่ไหว ส่วนฉันเองก็หิวข้าวยังไม่ได้กินไรเลยหลังข้าวเช้า แล้วก็ไม่มีไรกินซะด้วย ตอนแรกบอกพลขับว่าไม่ต้องไปหรอก พักอยู่นี่แหล่ะ แต่เขาไม่ยอมเลยเออ..ก็อได้ไปก็ไป ไม่อยากจะบอกว่า โห ก่าจะถึงเหนื่อยพอดูเหมือนกัน ถ้าเดินดูให้ครบๆรอบอ่ะ ร่วม 3.2 โลเลยอ่ะ แต่เพราะว่าฉันหิวบวกกะพลขับไม่สบายเหตุผล 2 ข้อเลยไม่ได้เดินครบ ฉันเป็นคนขับรถต่อหลังจากกลับจากลานหินปุ่ม ก่อนออกจากลานแวะกินไก่ทอดกันเพราะหิวมากๆๆ ขับต่อไปหน่อยว่าจะไปดูลานหินแตกแต่ว่าเริ่มมืดแล้ว เพิ่ง 4 โมงกว่าๆเอง ทำไมเริ่มมืดแล้วหว่า น่ากัวเพราะที่พักก็ไม่มี มีคนไปตืดต่อที่พักบนอุทยานเขาก็บอกว่าเติมแล้ว เลยต้องขับรถลงมาข้างล่างกัน คิดดูดิ ขับรถลงเขาต่อโพล้เพล้ สุดๆค้าบ แต่โชคดีที่เป็นรถเล็ก ฉันขับเองตั้งกะ ภูหินร่องกล้า จนถึง หล่มสักเพื่อพักกินข้าวกันก่อน เพราะไม่ไหวแล้ว อาจเป็นเพราะหิวจัดมั้งเลยกินได้นิดเดียว แล้วเราก็ขับรถกลับไปที่อำเภอเมืองกัน เพื่อหาที่พัก เราวนดูอยู่หลายที่มากแต่เต็มหมด มันอะไรกันหนักหนาฟระ สุดท้ายเลยต้องตัดใจนอนห้อง suite กัน โชคดีที่เพื่อนของเพื่อนเป็นญาติเจ้าของเลยได้ส่วนลด แต่ขนาดลดแล้วยังเหลือ 2400 เลยอ่ะ – -" แต่ห้องใหญ่และดีมากๆ ก่อนเข้าโรงแรมเราแวะซื้อหนังสือกับขนมมากินกันด้วย ฮ่าๆๆ หนุกดี ก่าจะได้นอนกันก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่าแล้วอ่ะ พอนอนไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็ได้ยินเสียงเพื่อนลุกเข้าห้องน้ำพอเคลิ้มๆใกลล้หลับก็ได้ยินเสียงหัวเราะแหลมปี๊ดเลยอ่ะ เลยสะดุ้งตื่น ทีนี้นอนไม่หลับเลยค้าบ ไปกวนเพื่อนตลอดเลยไม่ให้นอน ขนาดคล้องหลวงพ่อทวดแล้วนะ น่ากัวชะมัด…เช้ามาเลยรีบอาบน้ำแล้วก็ออกเดินทางกลับกัน ทริบนี้ก็เป็นเช่นกาละฉะนี้…มันส์สุดๆๆ
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s