เขาสก สุราษธานี

มันส์สุดๆ มีครบทุกรสชาติ ทริปนี้มีผู้ร่วมทริปทั้งหมด 8 คน มีที่บริษัท 5 คน มีฉัน พี่อิท พี่พีเค พี่แนนแล้วก็ผึ้ง แล้วก็เพื่อนผึ้งอีก 3 คนมีพี่ปราง เอ็นแล้วก็รอง รองกับพี่อิทชอบถ่ายรูปฉันเลยไม่ต้องเตรียมกล้องไปให้เมื่อยตุ้ม แล้วก็เป็นอย่างที่ฉันคิดนั่นแหล่ะถูกต้องแล้ว เพราะทางที่เดินไปเที่ยวแต่ละที่สมบุกสมบันมากๆ ถ้าเอากล้องไปด้วย ฉันตายแน่ๆ เราออกเดินทางกันตั้งแต่คืน พฤหัสที่ 7 ชาวอมาดิอุสไปอาบน้ำรอกันที่ โรงแรมคอนราดแล้วก็หาไรใส่ท้องกันก่อนเดินทาง วันนั้นรถติดมากเพื่อนๆผึ้งเลยมาช้ารวมถึงคนขับรถตู้ที่ชื่อบังโต้งด้วย เราได้ออกจาก กทม ประมาณเกือบ 3 ทุ่มแล้ว ตอนแรกพี่เขาจะให้แวะเอามะม่วงที่เขาปลอกเตรียมไว้ให้กับมือที่ประจวบด้วย น่ารักจัง เขาเป็นห่วงฉันตลอดเลย ฉันคิดแล้วว่ากว่าจะไปถึงโน่นต้องดึกแน่เลยบอกให้เขานอนไปเลย เขาก็บอกว่าไม่เอา จะรอ แต่พอประมาณ เกือบๆ 3 ทุ่มก่อนรถออกพี่เขาก็โทรมาบอกว่า ปวดหัวขอนอนก่อน ฉันเลยคิดว่าให้พี่เขาพักผ่อนดีกว่า ไม่อยากให้เขาออกมารอตอนกลางคืนดึกๆเพราะว่าอันตราย แค่มะม่วงไม่เป็นไรหรอก แต่ก็เสียดายเพราะกลัวเขาเสียความตั้งใจ พอถึงที่นัด ฉันโทรไปพี่เขาก็รับแต่ว่าท่าทางจะเป็นหนักฉันเลยบอกว่านอนเถอะ เจ้าหมีมาถึงแล้วแต่ว่าไม่เป็นไร เอาไว้วันหลังก็ได้ แล้วก็วางไป เราบนรถหลับกันหมด บังโต้งท่าทางจะง่วงนอนมาก เราไปถึงที่สุราษประมาณ 6 โมงเช้าก็แวะกินโจ๊กกัน แล้วพี่อิทก็บอกว่าเช็คกับเจ้าหน้าที่แล้วเขาบอกว่ามีบัวผุดบานอยู่ กม 111 ใช้เวลาเดิน ประมาณ 2.30 ชม. โอ้แม่เจ้า!!! นานนะน่ะ เราทุกคนพร้อมลุยแล้วพอไปถึงก็ไปรับเจ้าหน้าที่ชื่อพี่วัติ แล้วก็ไปเริ่มเดินกัน ทางที่เดินไปดูดอกบัวผุดไม่อยากจะ said แรกๆก็ดีอยู่หรอก แต่หลังๆสิ เฮ้อ ชันโคตร เดินไปได้แค่ 200 เมตรก็หอบแหกๆแล้วอ่ะ สรุปเราเดินกันร่วม 3 โลได้ – -" ตอนเดินพี่พี่เคยังมีโทรสับเข้ามาเรื่องงานอีกนะ เดินไปคุยไป ตลกดีอ่ะ เสียงแกก็หอบไม่รู้ว่าไอ้คู่สนทนามันไม่รู้เลยหรอว่าแกเดินอยู่ ฮ่าๆๆ แบบว่าเดินซะเท้าพองเลย แต่พี่เขาก็บอกว่า บัวผุดนี้ใช่ว่าจะได้เห็นทุกคนนะ มีแค่ 60% เท่านั้นของคนที่มาดูที่จะได้เห็น แล้วฉันก็เป็นพวก 60% ที่ได้เห็น เย้ๆ แต่ว่าเดินจนเท้าพองเลยอ่ะ เจ็บมาก ขาลง รองเท้าขาดอีกแล้วอ่ะ แต่ว่าพี่วัติช่วยซ่อมให้พอเดินได้จนถึงข้างล่าง เสียเหงื่อเยอะมาก กินน้ำหมดไป 2 ขวดเลย รู้สึกว่าตัวเองเหมือนอูฐยังไงไม่รู้ แหะๆ ฉันเดินมาถึงข้างล่างเป็นคนที่ 2 ต่อจากพี่อิท ส่วนที่เหลือใช้เวลาลงมาถึงหลังจากฉันอีกประมาณ 30 นาที แบบว่าห่างมากกกกกกกกก สรุปเราใช้เวลาในการเดินทั้งหมด 4.30 ชม. แหะๆๆ นานก่าปกติเกือบเท่าตัวอ่ะ พอเดินเสร็จเราก็ไปกินข้าวกันที่รีสอร์ทนึง เจ้าของเป็นแฟนกับหัวหน้าอุทยานที่เราจะไปนอนกัน ใจดีสุดๆ สั่งกับข้าวอย่างละ 2 ที่ พี่แกก็คิดราคาอย่างละจานเท่านั้นเอง พอกินข้าวเสร้จก็นั่งรถเพื่อไปลงแพต่อ ระหว่างทางก็หลับเพราะว่าเหนื่อยมาก ขนาดออกกำลังกายมาก็หนักนะเนี่ย ถ้าไม่ออกเลยตายแน่ๆ พอมาถึงแพเราก็มาเจอพี่สันติเป็นคนขับเรือแล้วจะพาเราเที่ยวในเขื่อน พี่สันติเป็นคนอารมขันมาก ชอบร้องเพลงมีกีต้าร์ด้วยเรานั่งเรือเพื่อไปที่พักระหว่างทางพี่สันติพาเราดูเกาะต่างๆ ที่เหมือนกุ้ยหลินเลย สวยมากขอบอก ดูได้จากรูป แล้วเราก็เข้าที่พักกัน ที่พักเป็นแพของอุทยานชื่อตอนเตย ซึ่งเป็นแพที่ลึกที่สุด ของอุทยานมี นางไพรกับ อะไรอีกที่ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว แต่ว่าตอนเตยสภาพดีสุด แต่ไม่อยากจะบอกว่า ขนาดสภาพดีแล้วนะ ฉันยังกลัวเลย เพราะว่าโทรมมาก แต่เอาไรมากเนอะ เพราะว่าแค่วันละ 500/คน พร้อมอาหาร 3 มื้อเลยอ่ะ พอไปถึงเราก็แยกย้ายกันเข้าห้องกัน ขอบอกว่าประตูล็อคไม่ได้อ่ะ น่ากลัวชะมัด ฉันนอนกับพี่แนน พี่แนนน่ารักมาก พอเก็บของเสร็จเราก็โดดน้ำกัน น้ำสีเขียว เย็นดี หนุกมากๆขอบอก แล้วเราก็เดินไปอาบน้ำกัน ห้องน้ำนี่สุดยอดอยู่บนฝั่งสูงไปประมาณ 50 ม แล้วคิดดู ขาที่ระบมจากการเดินเมื่อกลางวันยังไม่หายเลย เลยทำให้คิดถึงอาม่าที่ไปเดินกำแพงเมืองจีนเลยอ่ะว่ารู้สึกยังไง ห้องน้ำก็แบบว่านะ ปิดประตูไม่ได้ ปิดได้ห้องเดียวแล้วพี่อิทตัวดีของเราก็แอบมาอาบห้องผู้หญิงแล้วชิงห้องที่ล็อคได้ไปซะงั้น ส่วนฉันก็อาบมันทั้งๆที่ปิดประตูไม่ได้เนี่ยแหล่ะ สบู่ก็ไม่ได้เอามามีแต่แชมพู – -" ดันลืมไว้ที่แพ ก็ทนอาบไป แล้วก็ลงมากินข้าว ฉันใส่เสื้อที่มันสกรีนข้างหน้าว่า "จองแล้ว (reserved)" แล้วข้างหลังสกรีนว่า"แฟนดุ!" อาหารที่นี่อร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พอกินข้าวเสร็จก็นั่งล้อมวงกินเหล้ากันหน้าแพ ดูดาวไปด้วย ได้บรรยากาศมากๆ ก็ชวนเจ้าหน้าที่มานั่งด้วย กินไปกินมา ฉันกลายเป็นสาวฮอตของวงเนื่องจากว่าพอพี่สันติมาเล่นกีต้าร์ เขาก็บอกว่าให้ขอเพลง ฉันเลยขอ ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ กับ ศาลาพักใจ ปรากฏว่าถูกใจพวกพี่ๆเขาครับท่าน เลยเป็นขวัญใจเลย ยิ่งพอเห็นเสื้อว่าแฟนดุ ยิ่งแซวแล้วก็ถามว่า ไม่รับกิ๊กบ้างหรอ คุยไปคุยมา เขาก็เข้าใจว่าฉันเป็นครูอีก – -" แล้วโดนแซวตลอดเลย พี่พีเคเลยบอกพี่อิทว่า สงสัยพวกพี่เขาจะจีบเจ้าหมีซะแล้ว แต่สนุกดีนะ พี่เขากันเองมากๆ พอสักพักก็กลับไปนอนกัน พอหลับไปได้สักพัก รู้สึกตัวตื่นมา แบบว่ามืดมาก เพราะที่นี่จะปิดไฟตั้งแต่ 4 ทุ่ม แต่ว่าเรากินเหล้ากันเลยเปิดเลยได้ถึงเที่ยงคืน น่ากลัวมากประตูก็ล็อคไม่ได้ ผีก็กลัว สัตว์ป่าก็กลัว พี่เขาบอกว่า ให้เอาขนมออกจากกระเป๋าไม่งั้นหนูจะมา น่ากลัวมากๆ พยายามข่มตานอนแล้วก็หลับไปแล้วก็ตื่นสายเลย ฮ่าๆๆๆ จริงๆแล้วเราต้องไปดูทะเลหมอกแต่ว่าตื่นไม่ทันทำให้พี่อิทกริ้วเล็กน้อย ตอนแรกสาวๆจะไม่ไปดู view point กันเพราะว่าเดินไม่ไหวแต่พี่อิทไม่ยอมเลยต้องไปกัน ก่อนออกเดินทางมื้อเช้าได้กินข้าวต้มปลาชะโด เดินป่าอีกแล้วครับท่าน วันนี้ฉันใส่กางเกงขาสั้นอีกแล้วอ่ะ เดินๆๆไปเรื่อยๆ ก็ไกลเหมือนกัน และขั้นตอนสุดท้ายคือ..ปีแง่งหินคร้าบบ… ชันและน่ากลัวสุดๆ ไม่มีเชือกหรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยใดๆทั้งสิ้น ไม่ใช้ตัวแทน ไม่ใช้สริง เล่นจริง เจ็บจริง ฮ่าๆๆๆๆ คือสภาพแบบว่า ถ้าตกมาก็ตาย เพราะว่าข้างล่างเป็นแง่งหินแหลม พอไปถึงก็แบบว่าสวยมาก หายเหนื่อยเลย นั่งถ่ายรูปได้แป๊บนึงก็ลงมา ไอ้ขาลงเนี่ยสิน่ากลัว เพราะว่า มันชัน ต้องค่อยๆ นั่งถัดลงมา เพราะกลัวหล่น คิดในใจเลยว่าถ้ารู้ว่าเป็นงี้แต่แรกไม่ปีนแน่นอน เพราะคิดว่าตัวเองทำไม่ได้แน่ๆ และด้วยการใส่ขาสั้นทำให้ได้แผลกระแทกบ้าง รอยขีดข่วนบ้างเต็ม 2 ขาเลย ฮ่าๆๆๆ แต่สนุกดีนะ สนุกมากๆ ชีวิตนี้ไม่เคยได้ทำไรงี้มาก่อนเลย แล้วเราก็นั่งเรือกลับไปที่แพเพื่อกินข้าวกลางวันกัน พอกินเสร็จเราจะไปเดินเข้าถ้ำที่ฝรั่งเพิ่งตายไปเมื่อไม่นานมานี้ ฮ่าๆๆ นี่คือจุดขายของทริปนี้เลยหล่ะ เพราะตอนแรกคนที่มาชวนคือผึ้ง บอกว่าไปเขาสกกัน ไอ้เราก็นึกไม่ออก ผึ้งเลยบอกว่า ที่น้ำป่ามากระทันหันแล้วฝรั่งตายไง ไอ้เราก็อ๋อทันที อิอิ ก่อนเข้าถ้ำก็เดินป่าอีกแล้วคร้าบ ทีนี้เราใส่เสื้อชูชีพเดินด้วยอ่ะเพราะว่าตอนเข้าถ้ำมีน้ำสูงต้องใส่เสื้อชูชีพ แต่เพราะขี้เกียจถือกันมั้งเลยใส่เดินป่ากันซะเลย ตลกดีอ่ะ แปลกๆไปอีกแบบ เดินไปชั่วโมงกว่าได้มั้งก็ถึงถ้ำ ถ้ำสวยดีนะ แต่ว่ามืดมากแล้วรู้สึกได้เลยว่าน้ำเชี่ยว แรงพอจะทำให้ล้มได้เลยหล่ะ แล้วข้างล่างก็เป็นหินหมดเลย เข่ากระแทกไปทีนึงซ้ำที่เดิมด้วยหล่ะ เขียวปี๋เลย มีจุดที่เป็นหน้าผาสูงต้องไต่เชือกด้วย ทริปนี้ advanture สุดๆๆ ตอนแรกก็กลัวแล้วเราก็ทำได้ เยส!! แล้วก็ลอยคอออกมาหน้าถ้ำ มาถ่ายรูปกัน มันส์มากๆ แล้วก็เดินป่ากลับออกมาที่เหลืออีกประมาณ ครึ่งชั่วโมง กลับมาเล่นน้ำกันอีก แต่วันนี้ขาขึ้นแพตลกมาก เพราะฉันขึ้นเองไม่ได้ต้องให้พี่อิทกับรองช่วยดึง ตอนแรกเป็นรองดึงก่อนแต่ตอนดึงฉันก็ตลก เพราะคิดว่ารองดึงไม่ไหวแน่ ก็หัวเราะเลยไม่มีแรงขึ้นก็ล่วงลงมาเป็นงี้อยู่ สามทีได้พี่อิทเลยบอกว่ามานี่เด๊วพี่ดึงเอง พี่อิทก็ดึง เกือบขึ้นแล้วแต่ฉันก็หัวเราะอีก แรงจะหมดแต่ฉันไม่อยากหล่นแล้วเลยคว้าอะไรได้ก็คว้า สรุปคว้าได้กางเกงพี่อิท แล้วดึง ฮ่าๆๆๆ กางเกงเกือบหลุดอ่ะ ทุกคนหัวเราะหมดเลย ฉันเลยต้องปล่อยเพราะกลัวกางเกงพี่เขาหลุด โคดฮาเลย พี่อิทกับรองเลยต้องช่วยกันดึง ตลกมากอ่ะ ฉันขึ้นไปอาบน้ำก่อน เพราะคนอื่นๆอาบกันหน้าแพเลย แต่ฉันไม่อยากเพราะไม่สะอาด พอตอนช่วงกินข้าวประมาณทุ่มครึ่ง เจ้าหน้าที่ก็มาเสิร์ฟ เจ้าหน้าที่น่ารักมาก คอยเดินดูว่าขาดเหลือไรบ้าง เติมอาหารได้ตลอด ยกเว้นปลาทอด ฉันบอกกับพี่แนนว่า เนี่ยอยากให้ไอ้พวกพนักงานโรงแรมห้าดาวมาดูสิว่า ไอ้ service mind เนี่ยมันเป็นยังงี้ เขาไม่เลือกปฏิบัตืไม่ว่าจะเป็นฝรั่งหรือคนไทย น่ารักสุดๆแล้วยังแอบมาแซวอีกด้วยว่า คุณครูอิ่มไม๊เอาไรเพิ่มอีกไม๊ น่ารักมากๆ ให้ความรู้สึกว่า แม้ว่าสถานที่จะไม่สะดวกสบายแต่หากว่าคนที่อยู่ด้วยแล้วเรามีความสุข มันก็ไม่มีปัญหาเหมือนคับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยากยังงั้นเลย พอทานข้าวเสร็จเราก็ขึ้นเรือไปส่องสัตว์กัน ตอนนั่งเรือออกไปฉันได้นอนอยู่หัวเรือด้วย เห็นดาวชัดมากเพราะเดือนนี้เป็นคืนเดือนหงาย ดาวสวยมาก แล้วรอบๆก็ไม่มีแสงไฟมารบกวน ฉันดูดาวเพลิน สรุปเราได้ดูแค่นกเงือกไม่เจอสัตว์อื่น แล้วเราก็นั่งเรือกลับกันแล้วก็มานั่งกิน smirnoff ต่อที่หน้าห้องของเอ็นกับรอง แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องผี แต่ละเรื่องนี่น่ากลัวมาก พอดึกหน่อยก็แยกย้ายกันไปนอน ฉันเงี้ยกลัวมากพอหลับไปได้สักพักก็ได้ยินเสียงซ๋าๆๆๆ อยู่แถวหัว ก็เลยลืมตา ก็มืดสนิท ทีนี้ก็เริ่มกลัวแล้วสิ อีกสักพักเป็นเสียงตัวอะไรวิ่งอยู่ข้างๆเลยทนไม่ไหว ปลุกพี่แนนว่ามีหนูวิ่ง พี่แนนก็ฟังสักพักก็วิ่งอีกพี่แนนก็กลัวแล้วก็เอาไม้มาเคาะๆรอบๆที่นอน จนเราหลับกันไป เช้ามาก็ตื่นตั้งแต่ 6 โมง เพื่อไปดูทะเลหมอกกัน สวยมากๆ แล้วก็กลับมาเก็บของแล้วกินข้าวมื้อเช้านี้เป็นแพนเค้กกับกล้วยอร่อยดีจัง พอเก็บกระเป๋าเสร็จเราก็ลงเรือกลับ มานั่งรถ พอมาถึงฝั่งฉันก็เปิดมือถือ อ้อลืมบอกไป ที่แพไม่มีสัญญาณเลยสักเครือ่ายก็ดีเหมือนกัน สงบดีขากลับแวะวัดป่าโมกกับพระธาตุไชยา แล้วก็แวะซื้อไข่เค็มเป็นของฝาก ได้แวะกินข้าวกลางวันที่สวนลุงดำกับข้าวอร่อยมากๆ เขาชูจุดขายที่น่าแปลกคือ ห้องน้ำสุดยอด ฮ่าๆๆ ตลกดี แทนที่จะโชว์ว่าอาหารร้านตัวเองอร่อย สะอาด อะไรก็ว่ากันไป แต่อย่างว่าแหล่ะนะ จุดขายต้องสร้างความแตกต่างไม่ง้านก็ขายไม่ได้ ทริปนี้หมดไป 3700 รวมหมดทุกอย่างแล้ว ถูกไม๊อ่ะ ^^ แต่ถ้าถามว่าคุ้มไม๊ตอบได้ทันทีเลยว่าคุ้มมั่กๆๆ
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s