My birthday ~~2008.02.21-24

หลังจากที่ฉลองวันเกิดกับที่บ้านพร้อมแฟน(เก่า)มาตลอดระยะเวลา 10 ปี ปีนี้เป็นปีแรกที่ต้องฉลองวันเกิดกับครอบครัวอันเป็นที่รัก สิ่งหนึ่งที่ฉันได้เรียนรู้นั่นคือ ครอบครัวของฉัน พ่อแม่ ป้า น้า น้อง ไม่เคยทิ้งฉันไปไหน ตรงกันข้ามกับแฟน คนที่ฉันรักมากอีกเช่นกัน พอเขาเจอคนใหม่หรืออะไรที่เขาคิดว่าดีกว่าเขาก็ไป ฉันไม่โทษเขาหรอก แต่ละคนมีทางเดินของตัวเอง การฉลองวันเกิดปีนี้ก็สนุกดี ตอนแรกแพลนว่าจะไปเกาะเต่า ชุมพรกัน แล้วฉันจะได้แวะไปหาพี่หงอกของฉันที่ประจวบด้วย แต่ก่อนหน้าเดินทางไม่กี่ชั่วโมง ก็มีข่าวออกมาว่าที่อินโดนีเซียเกิดแผ่นดินไหวแล้วส่งผลมาถึงทางภาคใต้ของเรา เลยอดไปเจอหน้าพี่หงอกเลย เราเลยต้องเปลี่ยนแผนหาที่เที่ยวใหม่ ตอนแรกคุยกันว่าไปเหนือแต่ว่าปีใหม่ฉันก็เพิ่งไปเชียงราย เชียงใหม่มาเอง สุดท้ายก็ลงเอยไปอุทัย ตากกัน เราออกเดินทางตั้งแต่เช้ามืดในวันเกิดของฉัน โดยที่ม่าม้ากับอาตั้งมาถึงตั้งแต่คืน 20 แล้วมาค้างหนึ่งคืนแล้วออกเดินทางเช้ามืด ที่แรกที่เราไปคือ หุบป่าตาดที่อุทัย เขาว่ากันว่าเป็นป่าโบราณ โดยที่เพดานข้างบนยุบตัวลงมาทำให้เป็นโพรงล้อมรอบด้วยภูเขา ตอนเราเข้าไป ทางเจ้าหน้าที่ได้ถามว่าต้องการมัคคุเทศน์ไม๊ เราก็บอกว่าตกลง เขาเลยเรียกว่า กลายเป็นมัคคุเทศน์น้อย ชื่อน้อยโอม อายุ 9 เอง แต่เก่งมาก เดินไปก็อธิบายไปถามอะไรก็รู้ แต่ระหว่างทางเจ้าน้องโอมก็เดินไปเล่นไปตามประสาเด็ก มีหลายอย่างน่าสนใจในหุบป่าตาดนี้ เราใช้เวลาไม่เท่าไหร่ที่นี่เพราะว่า ที่นี่ไม่กว้างนัก อ้อ ลืมบอกไป ตอนเดินทางไปถึงแถวอยุธยาอากาศเย็นดีมากๆ อากาศดีสุดๆ อยากให้เป็นแบบนี้ไปตลอดปีจัง เรายังพูดกันเลยว่า เนี่ยแย่จังไม่ได้ติดเสื้อหนาวมาเลย หนาวแน่ๆ พอเสร็จจากหุบป่าตาดเราก็เดินทางไปทุ่งหินเทินต่อ น่าแปลกมากที่ทุ่งหินเทินเนี่ยเหมือนคนตัวใหญ่ๆเขาหินมาวางซ้อนกัน สำหรับฉัน ฉันเชื่อว่าไม่ได้เกิดจากธรรมชาติแน่ๆ ดูเอาจากรูปแล้วกัน พอออกมาจากทุ่งหินเทินเราก็แวะเข้าไปดูพระธาตุหินเทิน ที่นี่เป็นวัดเล็กๆแต่เงียบสงบแล้วร่มเย็น เราวนรถเข้าไปดู แล้วเห็นโบสถ์ใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จซึ่งสวยมากๆ มีมอมอยู่หน้าโบสถ์ด้วย ม่าม้ากับป้าตุ๊ลงไปถ่ายรูปกัน แต่ฉันไม่ลงเพราะว่าแดดแรง พอเสร็จขับรถกำลังจะออกแล้วก็เจอท่านเจ้าอาวาส ฉันเลยลงไปทำบุญกับท่านพร้อมม่าม้าและป้าตุ๊ ท่านบอกว่าให้ไปที่กุฏิท่าน ระหว่างทางก่อนถึงกุฏิต้องผ่านหินเทินมากมาย ฉันรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆ ข้างขวา ซึ่งอาการคล้ายกับตอนที่ฉันไปไหว้รูปคุณน้าที่ระยองเลย แต่ที่นี่ปวดน้อยกว่า พอเดินผ่านถึงกุฏิก็หายปวด ท่านเล่าว่าโบสถ์นี้ราคาห้าล้านมีผู้มีจิตศรัทธามาบริจาค แล้วมอมก็ไปจ้างช่างมาจากเชียงราย 2 ตัว 70000 บาท ม่าม้าบอกว่าไม่แพงหรอก เพราะว่ามอมที่นี่สวย ตัวอ้วนน่ารัก แล้วก็ถามว่าหินเทินที่นี่เกิดจากธรรมชาติหรอ ท่านเลยบอกว่า ท่านมีนิมิตว่าคนโบราณก่อนสมัยพระพุทธเจ้า ทำไว้เขามีบ้านอยู่แถวนี้แหล่ะ ฉันฟังแล้วฉันก็เชื่อนะ เพราะว่าเป็นไปไม่ได้หรอกที่ธรรมชาติจะกัดกร่อนหินให้ได้ในลักษณะนี้ หรือว่าลมจะพัด ก็คงไม่มีทางอ่ะ เราออกจากทุ่งหินเทินแล้วก็ไปผ่านอำเภอแม่วงก์ต่อ น่าแปลกที่"วงก์"ที่นี่สะกดด้วย ก.ไก่ เราแวะกินน้ำที่หน้าอำเภอ ฉันสั่งชาเขียวกินกับป้าตุ๊ ขอบอกว่าอร่อยไม่แพ้ coffee world เลยหล่ะ แต่แค่ 25 บาทเอง ผิดกับร้านกาแฟดีๆใน กรุงเทพเลย ป้าแม่ค้าบอกว่า เราใช้ของดี แต่ราคาถูก ก็จริงของเขา ป้ายังบอกอีกว่าที่นี่เป็นอำเภอเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีตลาด จริงด้วยแหะ ไม่เจอตลาดเลย มีแต่ตลาดนัด ป้าก็บอกอีกว่าดีแล้วที่ไม่มีตลาด จะได้ไม่ต้องรับความเจริญมากนัก เราออกเดินทางกันต่อไปยังจังหวัดตาก ไปถึงตากก็เย็นๆแล้วหล่ะก็ตระเวณหาที่พัก ซึ่งช่วงนี้เต็มหมด เราเลยแวะกินข้าวกันก่อนที่ร้านปีกไม้ อาหารก็ธรรมดาแต่ว่าราคาถูก ม่าม้าแอบให้เด็กเสิร์ฟไปขอเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้ด้วย ฉลองกัน 4 คนก็ดีเหมือนกัน หัดไว้อุ้มหมี เธอต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวให้ได้ พอกินข้าวเสร็จก็ตระเวณหาที่พักต่อก็ได้ที่โรงแรมสวนสิน ตอนแรกเห็นราคา 350 บาท ฉันว่ามันต้องไม่ดีแน่ๆ แต่ปรากฏว่าผิดคาด สวย สะอาด และใหม่ เยี่ยมไปเลย ม่าม้าบอกว่าถูกและดีแบบนี้ ต้องมีของแถม(เป็นผี) แน่ๆ ก่อนนอนฉันเลยใส่พระซะเลย ^^ รุ่งขึ้นเราตื่นกันแต่เช้าเพื่อเดินทางต่อไปยังน้ำตกทีลอซูที่อุ้มผาง ซึ่งไกลจากตัวเมืองมาก ระหว่างเดินทางเราก็แวะที่น้ำตากพาเจริญ เป็นน้ำตกที่ไม่ได้ไกลจากที่จอดรถเลยแถมสวยอีกตะหาก คนก็ไม่เยอะ อาจเป็นเพราะเป็นวันธรรมดาด้วยมั้ง สักพักเราก็เดินทางต่อมุ่งหน้าไปยังแม่สอด ไปตลาดริมเมย ตอนแรกเดินๆก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ พอจะกลับ ฉันไปเจอร้านขายกางเกงเดินป่า ตอนแรกคิดว่าคงไม่มีไซด์ฉันแน่เลย มีแต่ตัวเล็กๆ แล้วก็ตัดสินใจเข้าไปถาม ปรากฏว่ามีแหะ อยากรู้อ่ะดิ ว่าใส่ไซด์ไร ไม่บอกๆๆๆๆ เป็นฟามลับทางราชการ ฮี่ๆๆ สรุปได้กางเกงมา 2 ตัว สวยดี แต่ตังค์ไม่พอเลยต้องโทรไปเรียกป้าตุ๊มาจ่ายตังค์ให้ ครั้นจะรูดการ์ดเดี๋ยวแม่ค้าได้ด่าเอา แหะๆๆ พอเดินดูเสร็จเราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังอุ้มผางต่อ ขอบอกว่าทางที่ไปเนี่ย สุดยอด แม่ฮ่องสอน เขาพับผ้า ชิดซ้ายไปเลย ทางชัน โค้งหักศอก แล้วก็แคบมาก รถใหญ่สวนกันแทบไม่ได้ อีกฝั่งก็เป็นหน้าผาไม่มีที่กั้นข้างทาง หน้าหวาดเสียว แต่ละกิโลที่ผ่านไปทำไมมันช่างเนิ่นนานหว่า แค่ไม่กี่กิโลทำไมมันไม่ถึงซะที กว่าเราจะถึงอุ้มผางก็เย็นแล้วเข้าไปน้ำตกไม่ได้ ต้องหาที่พักพร้อมทัวร์สำหรับพร่งนี้ ที่พักที่นี่แบบว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เขาจะเน้นขายทัวร์แล้วแถมที่พักซะมากกว่า สรุปเราได้ที่พักที่อุ้มผางบุรี ห้องละ 900 แน่ะ แต่ก็ไม่ดีเท่าไหร่หรอก แล้วเราก็ไปซื้อทัวร์กับที่อิงดอย ราคาประมาณ 1500 ทัวร์นี้มีฉันกะป้าตุ๊เท่านั้นที่ไป เพราะว่าม่าม้ากะอาตั้งไม่อยากไปเพราะว่าต้องล่องแก่ง ม้ากลัวไหว้น้ำไม่ได้จะลำบาก ส่วนอาตั้งก็กลัวขับรถกลับไม่ไหว เขานัดให้ไปถึงก่อนแปดโมงเช้าเราก็ออกไปเดินตลาดแล้วได้ใส่บาตรด้วยหล่ะ แล้วก็กินข้าวแล้วก็มารอที่อิงดอย เจ้าของกับแฟนเขาน่ารักมากมารู้ทีหลังว่าเป็นดาบตำรวจ ใจดีสุดๆ เราต้องนั่งรถกระบะไปลงแพยางก่อน ล่องไปตามลำน้ำเรื่อยๆ สวยมากๆ ธรรมชาติสุดๆ เราผ่านน้ำตากสายรุ้ง ทีลอจ่อ สวยตลอดทางเลย อยากโดดเล่นน้ำแต่ว่าในแพยางที่ฉ้นไปด้วยนั้นล้วนแล้วแต่มีคนแก่ – -" เลยไม่ได้เล่น ได้แวะลงไปแช่น้ำพุร้อนด้วยหล่ะ แล้วเราก็มาขึ้นที่ท่าผาเลือด เพื่อนั่งรถไปอีก 25 กิโลไปยังน้ำตกทีลอซุ ดูเหมือนไม่ไกลช่ายมะ แต่จะบอกให้นะ นั่งรถโคตรเหนื่อยและนานเลย ฉันว่าทั้งทัวร์นะ นั่งรถไปน้ำตกทีลอซูเนี่ยแหล่ะ เหนื่อยสุด ฝุ่นก็เยอะ ขรุขระ แถวทางชันอีกเหมือนทางเกวียนเลย เขาแจกผ้ากันฝุ่นด้วยอ่ะ นั่งรถไปหัวแดงเลย พอไปถึงก็กินข้าวกันก่อน แล้วก็เดินเท้าไปอีก 1.5 โล แต่ว่าเด็กๆฮ่า ขอบอก เพราะว่าเป็นทางปูนเดินสบายมาก ไปกลับนี่ไม่รู้สึกเลย พอไปถึงน้ำตก น้ำไม่เยอะเท่าไหร่แต่สวยมาก ฉันปีนป่ายเดินเล่นไปทั่ว สนุกดี ฉันไม่เคยลองปีนอะไรเลยเพราะกลัวเจ็บกลัวตก แต่พอไปเขาสกทริปที่แล้วทำให้ฉันเริ่มปีนป่ายเป็นลิงมากขึ้น ฮี่ๆๆ ที่นี่สวยดี เราอยู่กับไม่นานหรอก เพราะว่าป้าๆในทริปที่เราไปแจมด้วย จะกลับแล้ว จริงๆแล้วเขาไปดอยหัวหมดกันด้วยแต่ว่าฉันไม่ได้ไป แล้วขากลับจริงๆต้องแวะที่โบสถ์ไม้สักกับถ้ำตะโคะบิด้วยแต่ว่าป้าๆอีกนั่นแหล่ะไม่ไหว เลยต้องกลับ อ้อ ขอบอกว่าอาหารที่อิงดอยเตรียมไปให้เนี่ย แม้ว่าจะเป็นผัดกระเพราแต่ว่าอร่อยอย่าบอกใครเชียวไม่ใช่ว่าฉันหิวหรอกนะ แต่อร่อยจริงๆ เรากลับมาถึงที่อิงดอยรีสอร์ทประมาณ 5 โมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาที่ม่าม้ากับอาตั้งต้องมารับ แต่ว่ายังมาไม่ถึง ไกด์ที่รีสอร์ทชื่อดามเลยให้คนรถไปส่งที่ที่พักให้ วันรุ่งขึ้นเราต้องเดินทางกลับแล้วเพราะว่าอาตั้งมีธุระ เราขับรถกันมาเรื่อยๆ แล้วก็แวะแม่สอดอีกครั้งเพื่อกินข้าวแล้วก็ซื้อของในตลาดริมเมยอีกรอบ แล้วก็ยิงยาวมาที่นครสวรรค์ เพื่อกินจ่าหมูจุ่มที่ไปเหนือทุกครั้งเราจะไม่เคยพลาดกันเลย อร่อยมากเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยน…
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s