ป่วยหนักในรอบ 10 ปี

ตั้งแต่เป็นไข้เลือดออกคราวโน้นที่นอนโรงพยาบาลตอนปี 1 สวย บึก ถึก ทุยอย่างฉันก็ไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วยอะไรหนักๆอีกเลย อาจมีบ้างที่ต้องหาหมอเพราะเป็นภูมิแพ้ อาการหนักบ้างแต่ก็ไม่เคยเลยที่จะต้องแอดมิตอีก แต่คราวนี้สิ..อาการมันทำให้ฉันรู้สึกได้เลยว่าครั้งนี้อาการหนักหนาสาหัสแหะ เริ่มจากการเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไอ้เราผู้หญิงก็ต้องเคยเป็นกันทั้งนั้นอ่ะจริงป่ะ แต่ไอ้ครั้งนี้สิ มันอักเสบหนักขนาดเป็นไข้สูงเลยอ่ะ เป็นมาตั้งแต่พุธที่แล้วหาหมอวันพฤหัสกินยาลดไข้มาตลอด กินยาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที พอหมดฤทธิ์ยาไข้ก็เป็นอีก สรุปฉันต้องกินพาราทุก 4 ชั่วโมงมาติดกัน 4 วัน ถ้าไม่มีไข้มือไม้จะเย็นเฉียบเลย ทุกครั้งที่ฉันบ่นว่าหนาวแล้วเอามือไปจับแขนพี่เมธเพื่อต้องการความอบอุ่น พี่เมธจะต้องพูดว่าทำไมมือเย็นขนาดนี้หล่ะ เป็นอะไรรึป่าวเนี่ยไปหาหมออีกรอบเถอะ เคยไม๊..เวลาป่วยหนักๆ ประมาณว่าเข้าขั้นโคม่าเนี่ยมักจะนึกถึงพ่อแม่ และครั้งนี้ฉันก็เป็นแบบนั้น ฉันอยากไปหาม่าม้ามากๆ พอวันศุกร์ลางานแล้วก็บอกพี่เมธว่าอยากไปหาม่าม้า พี่เขาก็เลิกงานแล้วก็พาไปหาม่าม้า ตลอดทางเนียต้องกินยาพาราไปตลอด เพราะไข้ขึ้น นอนไปตลอดทางปล่อยให้พี่เมธขับรถไปเองจนใกล้ถึงปากทางเข้าสวนฉันถึงตื่นมาบอกทางอีกที เพราะพี่เขาไม่รู้แล้ว พอถึงบ้านก็รีบอาบน้ำนอนเลย เพราะไม่ไหว แต่ก่อนนี้ฉันเข้าใจมาตลอดว่าโรคนี้มันไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย ก็แค่ฉี่ขัด ไม่ก็เจ็บๆ แต่ครั้งนี้มันทำให้ฉันแน่เลยใจเลยว่า โรคนี้ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิด ครั้งนี้มันทำให้อักเสบถึงขั้นเป็นไข้ กินยามาแล้วหลายวันก็ไม่หายได้ มันน่ากลัวจริงๆ ส่วนเรื่องอาการอย่าให้สาธยายเลย เฮ้อ..แค่คิดก็เจ็บแล้ว เหนื่อยมากเวลาไปฉี่หรืออาบน้ำ T_T พออาบน้ำเสร็จก็นอน นอนห่มผ้ามิดเลยนะ ไม่เปิดพัดลมเลยสักตัว สงสารม่าม้ากับอาตั้งที่ต้องทนร้อนเพราะฉันโดนลมอะไรมาปะทะไม่ได้เลยหนาวมาก ประมาณตีสาม ฉันทนไม่ไหวแล้ว ตื่นขึ้นมาบอกม่าม้าว่าหนูหนาวมาก ม่าม้าก็ลุกไปปิดพัดลมตัวของอาตั้ง ฉันก็ยังหนาวอีกถามหาผ้าห่มมาเพิ่ม ม่าม้าบอกว่าอากาศมันอ้าวออกนะลูก พอม่าม้ามาถูกตัวเท่านั้นแหล่ะ ร้องเลยบอกว่าทำไมตัวร้อนจี๋แบบนี้หล่ะลูก กินยาลดไข้หน่อยนะ ร้อนมากไม่ไหวแล้ว ก็เลยลุกมากินยาแล้วนอนต่อ เช้ามาม่าม้าก็เล่าให้พี่เมธฟัง พี่ก็บอกม่าม้าว่าเนี่ยไข้ขึ้นแบบนี้มาตลอดเลย กินยาเท่าไหร่ก็ไม่ลง เมื่อวานนั่งรถมาก็ไข้สูงมาตลอด คงต้องไปหาหมออีกทีหล่ะมั้ง แต่ฉันก็เฉยๆ พอกินข้าวเสร็จก็นอน พี่เมธนี่ดูแลอย่างดีเลยอ่ะ จะเอาอะไร จะกินอะไร พี่ทำให้หมด ไม่เคยคิดเลยว่าพี่เขาจะดูแลได้ดีขนาดนี้ ตอนแรกมองว่าเขาเป็นคนไม่โรแมนติคอาจมีแกะลองกองให้กินบ้างแต่ไม่น่าจะดูแลเอาใจใส่ได้ดีขนาดนี้ แปลกใจไปเลย เวลากินข้าวจะตักให้ตลอด ตลอดวันเสาร์เป็นๆหายๆ จนตอนเย็นพี่เขาบอกว่าพาไปหาหมออีกทีเถอะ เพราะว่าตัวไม่ร้อน แต่ฉันบ่นหนาวแถมมือเท้าเย็นจัด เลยพากันขับรถไปในเมือง ไปโรงบาลกรุงเทพ-จันทบุรีกัน แวะหาหมอก่อนไปกินข้าว เพราะม่าม้าถามฉันว่าอยากกินอะไร เพราะฉันกินไรไม่ได้เลย เลยบอกว่าอยากกินปลาในน้ำเปรี้ยวๆ พี่เมธก็งง แล้วม่าม้าก็ถึงบางอ้อ ว่ามันคือมัสยาที่ร้านท่าแฉลบนั่นเอง เราไปถึงโรงบาลกันตั้งแต่บ่ายสอง เชื่อไม๊ว่าฉันใช้เวลาอยู่ในโรงบาลถึงหกโมงเย็น!!! หมอบอกว่าฉันคงดื้อยากินแล้วหล่ะ เพราะไข้ยังสูงอยู่เลย เป็นมาตั้งหลายวันแล้ว ไข้น่าจะลดได้แล้วนี่นา หมอจะให้แอดมิตให้ได้ บังคับสารพัด T_T แต่เพราะโรงบาลนี้เป็นโรงบาลเอกชนและแอบเล็งเห็นสัญลักษณ์เหมือน bnh เลย ตีฉันหัวแบะแน่ๆ เลยไม่ยอมแอดมิต ทำไงก็ไม่ยอม หมอเลยบอกว่างั้นฉีดยาแล้วกันแล้วก็เก็บปัสสาวะไว้เพาะเชื้อดู พอเข้าห้องฉีดยา พยาบาลเดินถือถาดมา โอ้แม่เจ้า..กระบอกเท่าข้าวหลาม จะฉีดให้ฉันตายเลยใช่ไม๊เนี่ย นี่ยังไม่รวมหลอดเล็กๆอีก2 หลอดอีกนะ T_T เทียนพรรษาผู้เข้มแข็งแทบปล่อยโหออกมา แต่พยาบาลใจเย็นมาก บอกว่าไม่ต้องกลัวเนอะ ไม่เจ็บหรอก เอาเข็มแทงเข้าไปในเส้นเลือดมันจะไม่เจ็บได้ไงฟระ ตอนแรกไอ้เราก็นึกว่าเป็นเข็มเล็กๆมาฉีดที่สะโพกแล้วจบ แต่นี่เปล่าเลย T_T เดินยาผ่านสายเหมือนให้น้ำเกลืออ่ะ แล้วตอนยาเดินผ่านเข้าเส้นเลือดนะ ฮืออออออออ ปวดมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ น้ำตารินเลยอ่ะ พยาบาลก็ใจเย็นนะบอกว่างั้นหยุดก่อนแป๊บนึงเนอะ คือยาฆ่าเชื้อตัวนี้มันแรงมากน่ะค่ะมันจะกัดเส้นเลือด เลยปวดหน่อย เฮ้อ…แค่อาการที่เป็นอยู่ก็ทรมานจะแย่อยู่แล้ว ดันมาปวดเส้นเลือดเพราะต้องเดินยาอีก กรรมไรของตูว๊าเนี่ย… พอทำไรเสร็จเรียบร้อย ออกมาเคลียร์บิล ปกติเนี่ยใช้ประกันบริษัทจะมีงบ opd อยู่ 2000 บาท ไอ้เราก็คิดว่า เอาวะอย่างมากก็จ่ายเพิ่มอีกพันกว่าบาท พอคิดเงินเสร็จบิลมา เทียนพรรษาแทบล้มอีกรอบ รวมบิลทั้งหมด ห้าพันกว่าบาท!!! มันจะฆ่าคนไข้เลยใช่ไม๊ แพงโคดอ่ะ ก็กัดฟันเอาการ์ดจ่ายไป อาตั้งถามเป็นไงบ้าง เหอะๆๆ หายแล้วค่ะโดนไปห้าพันหายเป็นปลิดทิ้งเลย ไม่กล้าป่วยอีกแล้วค่ะไม่มีตังจ่ายค่าหมอค่ายาแล้ว 555 คืนนั้นไม่เห็นไข้เลย ยาเขาดีจริงๆแหะ อ่ะให้อภัยๆๆ แต่คงจ่ายยาแรงมากอ่ะอาการชะงักเลย แต่พอเช้าวันอาทิตย์สายๆเริ่มเป็นไข้อีกละ ไรว๊าเนี่ย ต้องกินยาพาราอีก แต่ยังดีที่เป็นไม่มาก ม่าม้าตำน้ำพริกปูไข่ให้กินด้วย อร่อยเหมือนเดิมแต่ฉันไม่สบายเลยกินได้นิดเดียว พี่เมธนี่อร่อยน่าดูเลย กินข้าวได้เยอะทุกมื้อทั้งๆที่ปกติแล้วพี่เขากินข้าวน้อย กินไม่เก่ง แต่ไปสวนครั้งนี้นี่พี่เมธเจริญอาหารน่าดู คงกินแทนฉันมั้ง เพราะฉันแทบกินไรไม่ได้เลย กลับมาถึง กทม เมื่อวานนี้ อาการไข้ยังมีอยู่บ้างแต่ไม่มากแล้ว แต่วันนี้ไปทำงานไม่ไหว จริงๆไหวแต่ว่าไม่อยากไปนั่งหนาวเป็นไข้อีก เลยลาดีกว่า ยืนยันอีกครั้งว่า..การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐจริงๆนะ ไม่ว่าจะโรคอะไรก็แล้วแต่ ขออย่าได้เป็นอีกเลย T_T
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s