อาทิตย์แรกของการอยู่คนเดียว..

จะว่าไป มันไม่เจ็บเท่าครั้งที่ผ่านมาแล้วหล่ะ ถามว่าเจ็บไม๊ก็เจ็บแหล่ะ ผูกพันกันมา เจอกันตลอดเกือบทุกวัน แต่คำพูดพี่เขามันก็จริงนะ เขาบอกว่า มันก็ต้องอยู่ให้ได้แหล่ะ ก็เหมือนกลับไปก่อนเริ่มรู้จักกันยังอยู่มาได้เลย แต่สำหรับฉันมันต่างกันตรงที่ว่าเพราะเรารู้จัก ผูกพันไปแล้วน่ะสิ ความรู้สึกคนไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่จะ format กันได้ ปกติแล้วพี่เขาจะมาหาตลอด เสาร์อาทิตย์อยู่ด้วยกันไม่เคยห่างเลย แต่เสาร์ทิตย์นี้มันเปลี่ยนไป ฉันเลยต้องหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ฟุ้งซ่าน เมื่อวานเลยเริ่มจากการโทรหาปลาก่อนเลย ปลาบอกว่าอยากกินมังสวิรัติเพราะจะเปิดร้าน เลยนัดกัน ฉันก็ไปนั่งรอปลาที่ india emporium ตั้งแต่ 11โมง กว่าปลาจะเสร็จเที่ยงโน่นแน่ะว่างๆฟุ้งซ่านอีกแล้ว ทั้งๆที่พยายามรู้สึกตัวตลอดว่าเรากำลังทำอะไร อย่าคิดๆๆๆ แต่ก็อดไม่ได้อยุ่ดี เลยโทรหาหนิงดีกว่า หนิงถามว่าเกิดอะไรขึ้น โอเคไม๊ เลยบอกว่า อืม เล่าๆไปให้ฟังว่าเป็นไง แต่หนิงงานยุ่งเลยไม่อยากกวนมาก พอดีว่าปลาประชุมเสร็จพอดี เลยไปกินข้าวกัน ปลาพาไปร้านที่ใกล้โรงบาลพระรามเก้า ชื่ออโณทัย อร่อยอ่ะ รสชาติดีทุกอย่างเลย ยิ่งของหวานยิ่งน่ากิน แต่ฉันไปด้วยสภาพตาบวมปูด แถมคุยไปคุยมา ร้องไห้ในรถอีกตะหาก ปลาเลยบอกว่า ร้องมาๆๆๆๆ ปล่อยออกมาให้หมด แล้วก็ปลอบว่า การอยู่คนเดียวมันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก เรามีเวลาของเราเยอะขึ้น ทำอะไรที่เราอยากทำก็ได้ ถ้าเหงาก็ลากเพื่อนๆออกมา เออ..จริงแหะ ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยบอกเพื่อนที่ทำงานว่า บางทีก็อยากมีเวลาส่วนตัวบ้างเนอะ แต่เพราะพี่เขาทำให้ฉันเคยชินกับการที่อยู่ด้วยกันตลอด ทำให้ติดไปเลย พอไม่มีเขาก็เป็นหมาหงอยอย่างที่เห็นอยู่เนี่ยแหล่ะ พอกินขาวเสร็จปลาก็ถามว่าไปไหนต่อดี ดูหนังมะ เลยบอกว่าอืมเอาสิ วันนี้เราว่างตลอดจนถึงทุ่มครึ่งแน่ะ เลยไปเอ็มโพเรียมกัน ฉันไม่ค่อยได้มาเดินเอ็มโพเรียมเท่าไหร่หรอก แต่ก็ลองดูปรากฏว่าไม่มีรอบให้ดู ปลาเลยชวนไปเมเจอร์เอกมัยก็ได้ดูสมใจอยาก กว่าจะเลิกก็ห้าโมงเกือบครึ่งละก็กลับมาเอารถแล้วปลาก็เอาฉันไปส่งออฟฟิศเพราะว่า ฉันไม่รู้จะไปไหนดี นัดพี่มิ่งไว้ทุ่มนึงที่ conrad เลยลองเดินขึ้นไปออฟฟิศดู เจออีกทีมมาทำงาน ก็เลยไปนั่งคุย เขาก็ทักว่าดูผอมไปนะ เลยบอกว่าป่วยน่ะ แล้วก็มีเรื่องหลายอย่าง ตอนนี้ทรุด กินข้าวไม่ได้เลยเป็นยังงี้หล่ะมั้ง ถ้าเรื่องทั้งหลายมันเคลียรแล้วคงดีกว่านี้ เพื่อนก็บอกว่า ป่วยแล้วกินไม่ได้ไม่ดีเลยนะ ร่างกายแย่อยู่แล้ว ถ้าจิตใจแย่ไปด้วย จะไปกันใหญ่นะ เลยบอกว่า อืมรู้อ่ะ แต่ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ ผลก็เป็นอย่างที่เห็นเนี่ยแหล่ะ แต่จริงนะ เห็นได้ชัดเลย ต่อให้เป็นหนักแค่ไหนแต่ถ้ากำลังใจดี มันจะฟื้นตัวได้เร็ว แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นนิดเดียวแต่ว่าถ้าไม่มีกำลังใจมันก็จะทรุดไปเรื่อยๆอย่างที่เป็นอยู่ เหนื่อยมากในการทำอะไรในแต่ละวัน เกือบสองทุ่มเจอพี่มิ่ง ก็นั่งรถไฟฟ้าไปอนุสาวรีย์ฯเพื่อดู ป้าเดย์ ทอล์กโชว์ จริงๆฉันไม่ได้ตั้งใจมาดูหรอก แต่พอดีมีเรื่องพี่มิ่งเลยชวนว่ามาดูไม๊ ก็เลยบอกว่ามีตั๋วหรอพี่ เสาร์นี้หนูไม่มีไรทำกลัวฟุ้งซ่านพอดีเลย พี่มิ่งบอกหรอเออๆๆมีตั๋วใบนึงเหลือพอดี เลยได้มาดู ตลอดเวลาที่ดูรู้สึกว่าความคิดฉันมันแว๊ปไปคิดถึงพี่เขาตลอด จนบางทีอยากร้องไห้ เมื่อคิดว่าถ้ายังคบกันอยู่ เราอาจได้มานั่งดูด้วยกัน แล้วก็ดึงความคิดกลับมา สักพักก็เป็นอีก มันก็ทุกข์แว๊ปๆนะ แต่อย่างที่บอก แม้จะทุกข์มากทุกข์น้อยก็ทุกข์อยู่ดี พอดูเสร็จก็เที่ยงคืนแล้ว ก็ตรียมตัวกลับกัน พอนั่งรถผ่านร้านเหล้าแถวซอยรางน้ำก็มองหน้ากัน แล้วก็ขำๆ พี่มิ่งถามว่าเที่ยวกันมะ เลยบอกได้เลยพี่ พรุ่งนี้วันหยุด ว่างอีกตะหาก เลยไปร้านแซกโซโฟนกัน เป็นร้านคนแก่นั่งฟังเพลงอ่ะ แต่ว่าเล่นดีนะ ดีมากด้วย ฉันก็ซัดไปอยากเมา อยากหลับ หลังจากคบกับพี่ ฉันไม่ได้ไปเที่ยวมานานแล้ว พี่มิ่งบอกว่ากินไปเถอะอุ้มเด๊วพี่เอาเราไปส่งบ้านเอง ฉันก็กินไปเรื่อยๆ ลืมไปว่า เฮ้ย เมื่อเย็นไม่ได้กินข้าวนี่นา ทีนี้เป็นเรื่องละเมาเร็ว พี่มิ่งเลยชวนออกไปกินก๋วยจั๊บหน้าร้านแล้วกลับกัน เลยเดินออกไป ปรากฏว่าเรตติ้งดีวุ้ย ทั้งๆที่เป็นร้านคนแก่แต่เป็นพวกมีตังทั้งนั้นเลย เพราะรถดีๆทั้งนั้น พอเดินออกมาคนมาขอเบอร์อ่ะ แต่ว่าเมาแล้ว ได้แต่ยิ้มแล้วพี่มิ่งก็ลากออกไป ไปร้านก๋วยจั๊บก็กินไม่ลง แถมร้องไห้อีกตะหาก แต่จะว่าไปแล้วมันก็เป็น nature ของฉันอยู่แล้วว่า เวลาเมาแล้วไม่สบายใจ ฉันมักจะร้องไห้เสมอ.. พี่มิ่งก็บอกว่าร้องให้พอเลย พี่รุ้ว่ามันแย่แค่ไหน พี่มิ่งน่ารักมากๆ โต๊ะข้างๆมาแซว มาขอเบอร์อีก พี่มิ่งก็จัดการให้ แล้วพี่มิ่งก็หันมาแซวว่า โห เรตติ้งดีวุ้ย แสดงว่าproduct เราดีนะเนี่ย คนไหนที่เขาเห็นว่าเราไม่ดีก็ยังมีคนอื่นที่เห็นว่าดีนี่นา ช่างเขา เขาไม่เห็นก็ปล่อยเขาไป อยู่กับตัวเองใช้ชีวิตอย่างที่อยากเป็น อยากทำซะ แค่เวลาที่ผ่านมาก็เสียเวลาคบแล้ว จะเสียเวลาไปกับเขาเพื่อร้องไห้ให้อีกหรอ ฉันเลยหยุดร้อง กว่าจะถึงบ้านก็ตีสองเข้าไปแล้ว คิดว่าวันนนี้ฉันจะตื่นสักเที่ยงเพื่อจะได้หมดเวลาไปเร็วๆ แต่ดันทะลึ่งตื่นมา 8 โมง เซ็งชะมัด เลยมานั่งอัพบล็อกดีกว่า ได้แต่ท่องว่า"ไหนว่าจะไม่เอาใจไปผูกไว้กับตีนใครอีกแล้วไง" แต่ไม่เคยทำได้เลยสักที ต่อจากนี้ ฉันคงไม่ commit อะไรกับใครไปจนถึงปีหน้าแล้วหล่ะ เหนื่อย..เหนื่อยกายเพราะป่วยยังไม่พอ พี่เขายังทำให้ฉันเหนื่อยใจอีก เฮ้อ..นี่หรือคนรักกัน อ๋อ ไม่สิ ครั้งสุดท้ายที่ถามเขา ก็ได้คำตอบแบบช้ำๆกลับมาว่า เขาบอกว่าเขาเริ่มไม่แน่ใจว่าเขายังรักฉันรึป่าว… จริงอย่างที่เขาว่า คำถามบางคำถามไม่รู้คำตอบซะยังดีกว่า
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s