ไม่อยากทุกข์แล้ว..ได้ไม๊เนี่ย

จริงๆนะ ไม่อยากเป็นแบบนี้อีกแล้ว จิตใจแย่ทำให้ร่างกายแย่ตาม หาหมอทุกอาทิตย์เลยแต่อาทิตย์นี้หนักกว่า เพราะไปหาหมอมาเมื่อวันจันทร์ วันศุกร์หมอนัดอีกแล้ว หมออยากดูว่าอาการดีขึ้นไม๊ ยาก็แสนจะแรง กินเข้าไปแล้วปากแห้ง ผิวแห้งหมดเลย แถมไม่ได้กินหลังอาหาร 3 มื้อนะ กินทุก 4 ชั่วโมงอ่ะ หมอไม่ได้บอกหรอกว่าอาการหนัก แต่ดูจากยาแล้วก็ความถี่ในการกินแล้ว ประเมินได้ทันทีว่าหนักจริง.. ทำไมเป็นแบบนี้น้อ ช้ำจริงๆ ไม่มีคนดูแลตอนป่วยหนักเนี่ย มันช้ำใจจริงๆ ทรุดไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่คิดว่าทำใจได้แล้วนะเรื่องไม่มีใครเนี่ย แต่พอเอาเข้าจริง เมื่อวันพฤหัส ศุกร์ที่ผ่านมาอาการทางใจหนักมากเลยลาพักร้อนดีกว่า ไม่มีสมาธิทำงานด้วย แล้วไปงานศพญาติน้าแอ๊วที่สัตหีบ จริงๆแล้วปีนี้ห้ามไปงานศพนะ แต่ฉันเองแหล่ะที่ดื้อ พอไปงานศพกลับมาป่วยหนักเลย ขนาดเอาใบทับทิมเหน็บไว้แล้วนะเนี่ย วันศุกร์ก็ไปอยู่กับม่าม้า ขับรถไปส่งม่าม้าทำงานที่ระยอง ได้ใช้เวลากับม่าม้ามากขึ้น พอเสร็จก็เดินหาซื้อเครื่องปรุงสำหรับทำข้าวหน้าไก่กิน เคยทำให้ใครบางคนกินแล้วเขาก็บอกว่ามีแต่เนื้อสัตว์ เฮ้อ..ขนาดทำให้กินนะเนี่ย แต่ม่าม้าบอกว่าหนูทำข้าวหน้าไก่อร่อยดี ม่าม้าอยากกิน เลยได้ทำซะเลย ลำพังฉันเองกินไม่ได้เยอะหรอก ช่วงที่ผ่านมากินไรไม่ลงเลย เมื่อวันจันทร์ไปชั่งน้ำหนัก แค่อาทิตย์เดียวน้ำหนักลงไป 3 โลครึ่ง ก็ไม่น่าแปลกหรอก เพราะกินข้าวไม่ได้เลย ยิ่งวันเสาร์ด้วยเริ่มซึม ร้องไห้อีกแล้ว ม่าม้าก็ได้แต่ปลอบ คิดว่าพอฉันหลับไปแล้วม่าม้าร้องไห้ด้วยหล่ะ ม่าม้าต้องคิดว่าเพราะม่าม้าแน่เลยที่ทำให้ทะเลาะกัน แต่จริงๆแล้วเปล่าเลย พี่เขาคิดเองเออเองไปคนเดียว แล้วก็ไม่ฟังเหตุผลอะไร ฉันเล่าให้ม่าม้าฟังว่า พี่เขาหาว่าฉันโกหกเรื่องม่าม้าต้องไปทำงานวันเสาร์ด้วย แต่พอพี่เขาไปคุยกับม่าม้า ม่าม้าบอกว่าไม่ได้ทำ พอม่าม้ารู้ม่าม้าก้อบอกว่า ม่าม้าไปทำบ้างไม่ไปบ้าง แต่ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องมานั่งอธิบายละเอียดด้วยหรอ ฉันเลยบอกว่า ไม่ต้องหรอกม่าม้า ความคิดคนเราคงบังคับไม่ได้หรอก ถ้าเรื่องแค่นี้เขายังไม่พยายามเข้าใจ ก็ไม่รู้จะทำไงแล้ว พี่เขาคิดตลอดว่าฉันโกหก แม้กระทั่งฉันไม่สบาย เขาก็ยังคิดว่าฉันแกล้งไม่สบาย ทั้งๆที่ตลอดเวลาที่ฉันป่วยหนักพี่เขาก็อยู่ด้วยตลอด เหนื่อยแล้วหล่ะ อธิบายไปหลายรอบแล้ว ม่าม้าบอกว่า มันไม่ใช่เรื่องเลย เขามีประเด็นอื่นมากกว่าแต่เอาเรื่องนี้มาอ้าง เลยบอกม่าม้าไปว่า ช่างเขาเถอะม่าม้า ฉันคงได้แต่พูด..แต่ทำไม่ได้สักที จุดเริ่มต้นของการร้องไห้ สติแตกของฉันเริ่มที่วันเสาร์ ฉันบอกม่าม้าว่าอยากทำบุญ ไม่สบายใจเลย ม่าม้าเลยพาไปซื้อของในเมืองเพื่อทำสังฆทาน ฉันไม่รู้หรอกว่าการทำบุญจะช่วยให้ฉันดีขึ้นไม๊ทั้งทางกายและใจ แต่อย่างน้อยจิตใต้สำนึกของฉันมันบอกว่าอยากทำ พอเช้าวันอาทิตย์ม่าม้าบอกว่าเดี๋ยวสายๆม่าม้าจะไปส่งนะลูก ฉันก็เริ่มหงอย ร้องไห้อีกแล้ว ก็ฉันรู้สึกว่าไม่อยากกลับนี่ ม่าม้าเลยบอกว่างั้นกลับบ่ายๆก็ได้ลูก ไม่ต้องร้องนะ ไม่มีใครรักหนูก็ยังมีครอบครัว ป่าป๊า ม่าม้า ป้าตุ๊ น้าแอ๊วที่รักหนูนะลูก กินข้าวบ้างเถอะ หนูไม่กินไรเลยมาหลายวันแล้วนะ ปกติแล้วม่าม้าจะชอบให้ฉันกินน้อยๆ จะได้ผอมๆ แต่ครั้งนี้ม่าม้าคงเห็นว่าฉันไม่กินไรเลยจริงๆ เลยคะยั้นคะยอให้กิน ถามตลอดว่าอยากกินนี่ไม๊โน่นไม๊ แต่ฉันไม่กินสักอย่าง จนม่าม้าเป็นห่วง ได้ไปเดินเล่นที่เซ็นทรัลบางนาก่อนกลับบ้านด้วย ก่อนกลับก็ร้องไห้ ไม่อยากกลับบ้านไม่อยากกลับมา กทม แล้ว อยากอยู่ที่บ้านสวนไปเลย ไม่อยากมีมือถือ ไม่อยากติดต่อใครใดๆทั้งสิ้น แต่ความเป็นจริงมันทำไม่ได้ โทรศัพท์ม่าม้าพัง ฉันเลยได้โอกาสซื้อให้ใหม ม่าม้าบอกว่าเนี่ยขนลุกเลย แม้ว่าราคามันไม่เท่าไหร่ แต่คุณค่าทางจิตใจมันมากกว่านั้น ม่าม้าเป็นห่วงฉันมาก เพราะฉันไม่กินไรเลย แถมไม่สบายอีก ถ้าใครอยากเห็นฉันผอมที่สุดในรอบ 5 ปี เชิญมาทัศนาได้ ณ บัดนี้เป็นต้นไป…
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s