ทำยังไงเมื่อจิตตก (ธรรมะชะมัด)

ช่วงแรกๆที่เลิกกับพี่เขาใหม่ๆ จิตมันช่างฟุ้งซ่าน เลยได้มีโอกาสไปนั่งอ่านบล็อคของคุณแอสตัน27 เป็นผลพลอยได้มาจากการอ่านหนังสือเรื่องธนาคารความสุขทั้งสาขา 1 และ 2 เลย ตอนบ้าบอ จิตตก ได้ไปทิ้งคำถามกวนใจคุณแอสตันไว้ เกี่ยวกับความทุกข์ที่ตัวฉันเองเจออยู่ ฉันเฝ้ารอคำตอบของคุณแอสตันทั้งวัน เพราะหวังว่าคำตอบของเขาจะช่วยให้ฉันเลิกจิตตกได้สักที แต่เปล่าเลยวันนั้นคุณแอสตันไม่ได้กลับเข้ามาตอบคำถามในบล็อคอีก จนผ่านมาหลายวัน ฉันไม่ได้แวะเวียนเข้าไปในบล็อคเขาเลย จนวันนี้ หลังจากที่สติแตกจิตตกมาหลายวัน เลยแวะเข้าไปดูสิ คุณแอสตันน่าจะตอบฉันแล้วนะ พอเข้าไปดูตอนแรก ทำไมคุณแอสตันข้ามที่จะตอบคำถามฉันไปแล้วไปตอบคำถามคนอื่นแทนอ่ะ รู้สึกผิดหวังเล็กน้อยว่าทำไมไม่ตอบคำถามฉัน กำลังจะเปลี่ยนหน้าไปดูเวปอื่นแล้ว ใจมันก็แว๊ปขึ้นมาว่า ไหนดูสิว่าคุณแอสตันอัพเดตธรรมะอะไรใหม่ๆบ้าง เลยเปิดไปที่ part 2 เริ่มต้นอ่านก็รู้สึกคุ้นๆกับคำพูดที่ใช้ จนอดไม่ได้เลยลงมาดูชื่อคนถามที่คุณแอสตันเอามาตอบเป็นหัวข้อใหญ่ ไม่ได้ถามมาตอบไปในกระดานเหมือนคนอื่น เฮ้ย..ฉันเองนี่หว่า คำถามฉันไปสะกิดใจคุณแอสตัน ขนาดเอามาตอบเป็นประเด็นได้เลยอ่ะ คุณแอสตันให้ข้อคิดดีๆมากมาย อ่านแล้วรู้สึกดี แถมมีมา comment ให้กำลังใจกันมากมาย รู้แหล่ะว่า ทุกสิ่งเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป ไม่มีอะไรจีรัง ถาวร แต่ปัญหาคือ ไอ้ตอนที่มันเกิดขึ้นและตั้งอยู่เนี่ย จะรับมือกับมันยังไงดี รู้ว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป แต่คำถามก็เกิดขึ้นมาอีกว่า แล้วเมื่อไหร่หล่ะ เมื่อไหร่จะผ่านไปสักที แต่ก็ให้รุ้ไว้ว่า ใจอยากให้มันผ่านพ้นไป(คุณแอสตันสอนไว้) รู้สึกว่าตัวเองเข้าใกล้ธรรมะมากขึ้น หัดฝึกเจริญสติตลอดเวลา ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่พยายามทำอยู่ ตอนนี้ก็พยายามถือศีล 5 ให้ได้ แต่ทำไมมันยากจัง บางทีก็มีลืม..อย่างเรื่องพูดจาส่อเสียด ลืมตัวบ่อยไป ใครๆก็รู้ว่าปากอย่างฉันเคยดีซะที่ไหน แต่พยายามอยู่นะ พอจะพูดอะไรที่เสียดแทงคนอื่น จะนิ่ง หยุดพูด นี่คือการมีสติอย่างนึง(มั้ง) ตั้งใจงดเหล้าถึงสิ้นปี และคิดว่าจะไม่สนใจใครอีกแล้ว ไม่เปิดรับใครตอนนี้จะดีกว่า ฉันยังคงอ่อนแอทั้งกายและใจ เลยไม่อยากรับใครเข้ามาซ้ำเติมให้แย่ลงอีก ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ไปหาม่าม้าบ่อยขึ้น คุยกับป๊ามากขึ้น ไปวัดกับป้าตุ๊ถี่ขึ้น เคยคิดว่า ถ้าพี่เขาไม่อยู่แล้วฉันจะทำยังไง ใครจะพาไปหาหมอ ใครจะดูแล แต่พอเอาเข้าจริง ครอบครัวฉันเนี่ยแหล่ะที่ไม่ทิ้งฉัน ป๊าเป็นคนพาไปหาหมอ ม่าม้า น้าแอ๊วคอยดูแล ป้าตุ๊คอยให้กำลังใจ เลยมองย้อนกลับมาดูตัวเองว่า แล้วฉันจะดิ้นรนทำไม ในเมื่อสิ่งที่ฉันคิดว่าขาด มันมีพร้อมอยู่แล้ว อาจเป็นเพราะฉันมีสิ่งเหล่านี้มานานจนเคยชินเลยคิดว่าไม่มี วันนี้จิตใจดีขึ้นแล้ว เลยอยากให้คนที่ฟุ้งซ่าน จิตตกอย่างฉันได้มีโอกาสเข้าใกล้ธรรมะบ้าง ถ้าใครสนใจแง่คิดมุมมองดีๆที่อิงธรรมะ อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ได้ใช้ภาษายากอะไรในการอธิบาย เชิญอ่านได้ที่ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=aston27&date=11-09-2009&group=10&gblog=140
ขออนุโมทนาสาธุกับคุณแอสตันด้วย ที่ทำให้ฉันรู้จักคิดอะไรมากขึ้นมาอีกขั้นนึง..
 
 
This entry was posted in Uncategorized. Bookmark the permalink.

3 Responses to ทำยังไงเมื่อจิตตก (ธรรมะชะมัด)

  1. กบ says:

    สวัสดี ครับ ก็เป็นกำลังใจให้นะ …ขณะ เผชิญอยู่ ตอนนี้ มันอาจดู ยากหน่อย ลำบากหน่อย แต่มันก็ไม่ยากเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ ทุกอย่างเริ่มที่ใจ กำลังใจเล็ก ๆ ที่เราให้แก่ ตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นที่ ดีที่ทำให้เราผ่านไปได้ ..ผมว่าผมเคยผ่านเรื่องแบบนี้มา นะ ..ข้อคิดเล็กๆๆ น้อยๆ ของคนที่ผ่านมาก่อน ..คือเรื่องของมุมมอง สิ่งๆ เดียวกัน มีหลายมุมให้มอง บางมุมเจ็บปวด บางมุมดีขึ้น บางมุมมีกำลังใจ ทั้งที่เป็นสิ่งเดียวกัน บางที อาจ ต้องค้นหา แต่เมื่อ เจอ ก็ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นในการ กำเนินชีวิต …. ขอให้เชื่อผมอยู่ อย่างว่าไม่ได้มี คุณคนเดียวที่เคยเจอสิ่งนี้ ..และมีคนที่ สามารถผ่านมันไปได้ ..คุณก็น่าเป็นอีกคนที่ผ่านไปได้เช่นกัน …

  2. กบ says:

    ทัศนคติที่ดี เป็นเหมือน ยาชา ที่ช่วยให้เราไม่เจ็บปวด เป็นเครื่องมือหนึ่งของแพทย์ ในการฝ่าตัด การผ่าตัดนั้นเจ็บแต่ผลของการผ่าตัดที่ดี เมื่อผ่านไปเราก็หายจากการป่วย ถ้าเราไม่มียาชา ตอนผ่า คงเจ็บมาก แต่ถ้ามีเราก็จะผ่านการผ่าตัดนั้นได้โดยง่าย ทัศนคติที่ดี แม้อาจไม่ได้ช่วยให้การรักษาแผลใจ เหมือนกับยาชาที่ ไม่ได้ทำให้เราหายไปจากโรคที่เราเจ็บป่วย แต่ทัศนคติที่ดี ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ช่วยให้เรา ผ่านการเจ็บปวดทางใจได้โดยง่าย ผมจึงได้เน้นมากที่มุมมองเป็นอย่างมาก มุมมองที่ดี อาจต้องค้นหาบ้างแต่ มุมมองที่ดี ที่พบนั้นช่วยเราได้ มากมายนัก ส่วนสิ่งที่ทำให้เราหายจากความเจ็บป่าวทางใจ นั้นคือการการกระทำที่เหมาะสม เป็นเหมือนการผ่าตัดที่ดี บวกกับคุณธรรมที่สำคัญอันหนึ่งคือความอดทน ก็จะเป็นสิ่งที่ช่วยเรา ผ่านวันอันโหดร้ายไปได้ เน้นอีกครั้ง การกระทำที่เหมาะสม บวก ความอดทน จะเป็นตัวกำหนดว่า เราจะหายจากภาวะนี้ได้เร็วหรือช้า ..สู้ๆๆ ครับ…

  3. กบ says:

    ลืมยกตกอย่างเรื่องทัศนคติที่ดี ชักหน่อยเป็นนิทานนะครับ …ครั้งหนึ่งมีพระราชาองค์หนึ่ง มีมหาดเล็กรับใช้ซึ่งมองโลกในแง่ดีมาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมหาดเล็กก็จะบอกว่า “ดีครับ” ในทุก ๆ เรื่อง จะมีแต่บอกว่า “ดีครับ” อยู่มาวันหนึ่งพระราชาทรงทํามีดบาดมือ มหาดเล็กเห็นเข้าก็บอกว่า “ดีครับ” พระราชากริ้วมาก หาว่ามหาดเล็กล้อเลียนจึงรับสั่งให้จับมหาดเล็กไปขังคุก มหาดเล็กก็บอกว่า “ดีครับ” พระราชาทรงมีเวลาว่างมากจึงออกไปล่าสัตว์ในป่า ระหว่างนั้นได้เจอคนป่าเผ่าหนึ่ง จับตัวเพื่อไปทําพิธีบูชายัญเผาทั้งเป็นขณะที่กําลังเผา คนป่าก็เหลือบไปเป็นแผลที่มือจึงปล่อยตัวเป็นอิสระ เพราะถือว่าเป็นคนไม่บริสุทธิ์ ใช้ประกอบพิธีไม่ได้ พระราชาจึงเข้าใจว่าที่มหาดเล็กพูดว่า “ดี” นั้นมีความหมาย การที่มีดบาดมือครั้งนั้นทําให้รอดชีวิตคราวนี้ แต่ยังไม่เข้าใจว่าติดคุกดีอย่างไรจึงเขาไปในคุกถามมหาดเล็กว่า “ข้าเข้าใจแล้วว่ามีดบามือนั้นดี แต่ลองบอกซิว่าติดคุกนั้นดีอย่างไร” มหาดเล็กตอบว่า “ดีสิครับ ถ้าผมไม่ติดคุกผมก็ต้องตามพระองค์เข้าไปในป่าด้วย เมื่อพระองค์ถูกปล่อยตัวเพราะมีแผล ผมคงต้องถูกเผาทั้งเป็นแทนพระองค์แน่ เพราะตัวผมไม่มีแผล ฉะนั้น การติดคุกได้ช่วยให้ผมรอดชีวิตครับ” พระราชาทรงดีพระทัยมาก รับสั่งให้ปล่อยตัวมหาดเล็กเป็นอิสระ เป็นคู่คิดในการบริหารราชการแผ่นดินต่อไป…นะละ ทัศนคติทีดี ครับสู้ๆๆ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s